7 เมษายน 2564 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนผู้ที่รับสิทธิ์การฉีดวัคซีนโควิด 19 เป็นคนแรก พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานในพิธีเปิดการ Kick off ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยนายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ฉีดวัคซีนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นผู้ฉีดให้กับนายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ตามลำดับนายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนที่ได้รับนั้น ถือเป็นการจัดสรรกรณีพิเศษ เพราะจังหวัดขอนแก่นถือเป็นเมืองศูนย์กลาง การจัดประชุม สัมมนา และจัดนิทรรศการ การฉีดวัคซีนล๊อตแรกนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้าน จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยกลุ่มที่ได้รับวัคซีน ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อยู่ในด่านหน้าตามภาระหน้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดประชาชนจำนวนมาก กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนชุดแรกอยู่ใน 4 กลุ่มเสี่ยงคือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เน้นฉีดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ตามความสมัครใจ ส่วนในเดือนมิถุนายน จังหวัดขอนแก่นจะได้รับวัคซีนอีกจำนวน 200,000 โดส เป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยระยะที่ 2 จะนำมาฉีดให้แก่ประชาชนตามลำดับกลุ่มเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยเช่นกัน
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ร้อยแก่นสารสินธุ์ ได้รับวัคซีนในพื้นที่ ขอนแก่น 10,000 โด๊ต ร้อยเอ็ด 2,000 โด๊ต มหาสารคามและกาฬสินธุ์ จังหวัดละ 1,800 โด๊ต ซึ่งจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นการทดลองระบบการฉีดวัคซีนตามขั้นตอนต่างๆ ประเมินสภาพปัญหาที่พบ การซักประวัติ การฉีด ผลข้างเคียง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะมาฉีด "จะเริ่มฉีดจริงคือเดือนมิถุนายน ให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงทั้งบุคลากรทางการแพทย์ อสม. และประชาชนครึ่งหนึ่ง สำหรับ 2 วันที่มีการทดลองฉีด พบเรื่องระบบรายชื่อที่มีใน "หมอพร้อม" ซึ่งพบข้อติดขัดบ้าง จึงแก้ไขโดยการเชครายชื่อจากที่มีอยู่ด้วยเทียบกับรายชื่อของหมอพร้อม ซึ่งจะมีข้อมูลของผู้ฉีดแต่ละราย สิ่งที่ต้องประเมินและเตรียมความพร้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือในช่วงเดือนมิถุนายน ที่จะมีการฉีดจริง ต้องมีระบบที่สามารถรองรับประชาชนจำนวนมากกว่าวันทดลอง 2-3 เท่า"นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าว