ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

สุดงงหมายศาลสั่งชดใช้หนี้ส่งมาที่บ้าน 2 ครั้งหวั่นเป็นแพะ

3.08K 9
สุดงงหมายศาลสั่งชดใช้หนี้ส่งมาที่บ้าน 2 ครั้งหวั่นเป็นแพะ

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้งงงและตกใจ มีหมายศาลธัญบุรีสั่งชดใช้หนี้กว่า 1.5 แสนส่งมาที่บ้านถึง 2 ครั้ง ทั้งที่ไม่มีชื่อคนในครอบครัวในหมาย และรอบแรก ผญบ.ก็เซ็นรับรองส่งกลับไปยืนยันกับศาลแล้วแต่ก็ยังส่งมาซ้ำอีกครั้งที่สอง จึงกลัวจะตกเป็นแพะหรือถูกผู้ไม่หวังดีนำเลขที่บ้านไปใช้ในทางผิดกฎหมาย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบช่วยเหลือ

23 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าได้รับหมายศาล สั่งให้ชดใช้เงินธนาคารออมสินที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องว่า 158,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ส่งมาที่บ้านถึง 2 ครั้งซ้อน ทั้งที่ไม่มีชื่อสมาชิกในครอบครัวคนใดในทะเบียนบ้านตรงตามที่ระบุในหมายศาลดังกล่าวเลย สร้างความงุนงงและกังวลใจให้กับผู้ที่ได้รับหมายศาลดังกล่าวเป็นอย่างมาก

จึงได้เดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริง ยังบ้านเลขที่ 20 หมู่ 4 บ้านยายแย้ม ต.ยายแย้มวัฒนา  อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ตามที่ได้รับร้องเรียน ก็พบกับนายนิพนธ์ ก้านก่อง อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และนางบุญรอด ก้านก่อง อายุ 58 ปี ภรรยา ซึ่งอยู่ในอาการกังวลใจ พร้อมทั้งได้นำหมายศาลที่ได้รับออกมาให้ดู โดยหมายศาลดังกล่าวถูกส่งมาจากศาลธัญบุรี โดยในหมาย ระบุว่า  "ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลของศาลธัญบุรีที่บังคับให้จำเลยที่ 1 ที่ถูกระบุในหมายชำระเงินจำนวน 158,470.75  บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 134,755.69 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (21 พ.ย.2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทย์  หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 5 ชำระแทน ธนาคารออมสิน เป็นโจทย์ยื่นฟ้องจำเลย 5 คน โดยธนาคารออมสินเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง หากไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งที่กล่าวแล้วภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำบังคับนี้เป็นต้นไป จะถูกยึดทรัพย์หรือถูกจับและจำขังดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง"

 


โดยนายนิพนธ์ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผู้เป็นสามี เล่าว่า เมื่อกลางเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา  ได้มีเจ้าหน้าที่จากศาลจังหวัดนางรอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เดินหมาย ได้นำหมายศาลมาส่งให้ที่บ้าน แต่พอเปิดอ่านดูก็ตกใจเพราะเป็นหมายศาลที่ถูกธนาคารออมสินฟ้อง และศาลมีคำพิพากษาให้ไปชำระหนี้เป็นเงินกว่า 158,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอีกร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งที่ตนและคนในครอบครัวไม่เคยไปกู้ยืมเงินหรือค้ำประกันกับธนาคารออมสินเลย จะมีก็แต่ ธกส.เท่านั้น และที่แปลกใจคือรายชื่อจำเลยที่ 1 5 ที่ถูกระบุในหมายศาลดังกล่าว ไม่มีชื่อของตนเองและคนในครอบครัวเลย แต่แปลกใจว่าทำไมถึงส่งมาที่บ้าน 

ด้วยความไม่สบายใจจึงนำหมายดังกล่าวไปถามผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็เซ็นรับรองยืนยันไปว่าไม่มีบุคคลใดที่มีรายชื่อในหมายศาลเลย แล้วส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลเพื่อส่งกลับไปยังศาลธัญบุรี แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา กลับมีหมายศาลจากที่เดิม และเป็นเจ้าหน้าที่คนเดิมนำหมายศาลมาส่งให้ที่บ้านเป็นครั้งที่สองอีก ก็ยิ่งทำให้ตนและครอบครัวเป็นกังวลมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะภรรยาเครียดมากถึงขั้นหายใจไม่ออก ต้องพาส่ง รพ. จากกรณีดังกล่าวก็กลัวจะตกเป็นแพะหรือมีผู้ไม่หวังดีนำบ้านเลขที่ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือไม่ จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ถาวร  

พร้อมทั้งได้วิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบช่วยเหลือด้วย  พร้อมทั้งฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่าเอกสารสำคัญขนาดนี้ควรจะตรวจสอบให้รอบคอบ ไม่ควรจะทำผิดพลาด เพราะอาจจะส่งผลกระทบกับคนที่เขาบริสุทธิ์ไม่ได้รู้เรื่องหรือเกี่ยวข้องอะไรต้องมาเดือดร้อน  เพราะบางคนอาจจะถึงตกใจถึงกับช็อกก็ได้ 

เรื่องโดย สุรชัย พิรักษา | ภาพโดย สุรชัย พิรักษา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend