ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ประชุม "ดาวอส 2021" เวทีแรก "รีเซ็ตโลก" หลังยุคโควิด

336 5

แม้ขณะนี้เรายังไม่ทราบว่าการระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ โลกของเราหลังยุคโควิดจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แล้วหลังจากนี้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน คำตอบของคำถามนี้อาจอยู่ในการประชุม "เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม"

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เป็นการประชุมที่สำคัญที่สุดของโลกเวทีหนึ่ง โดยเริ่มต้นมานานกว่า 50 ปีแล้ว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมืองดาวอส เมืองสกีรีสอร์ตเล็กๆ บนเทือกเขาแอลป์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนทำให้หลายคนเรียกกันติดปากว่า "การประชุมดาวอส"

จุดเด่นของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม คือ เป็นการประชุมระดับโลกที่เกิดขึ้นเป็นเวทีแรกของปี มักจัดขึ้นนาน 1 สัปดาห์ในเดือนมกราคม และเป็นเวทีที่ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมมาพบปะหารือกัน โดยผู้ที่เข้าร่วมมีตั้งแต่ประธานาธิบดีชาติมหาอำนาจ ซีอีโอบริษัทระดับท้อปของโลก ดาราฮอลลีวู้ด ไปจนถึงนักเคลื่อนไหวเอ็นจีโอคนสำคัญ รวมกว่า 3,000 คน แต่หากนับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ผู้ติดตาม และสื่อมวลชนแล้วอาจมีมากถึงหลักหมื่นคน

นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นเวทีใหญ่เวทีแรกของปี เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัมจึงถูกมองว่าเป็นเวทีที่มีไว้กำหนด "วาระสำคัญของโลก" ที่น่าจะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทั้งเรื่องใหญ่เชิงเศรษฐกิจและนโยบาย รวมทั้งเรื่องสำคัญอื่นๆ เช่น ภาวะโลกร้อน พลังงานทางเลือก ความเหลื่อมล้ำ และความเสมอภาคทางเพศ เป็นต้น


แต่ในปีหน้า เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัมจะไม่ได้เกิดขึ้นที่เมืองดาวอสเหมือนเช่นทุกปี แต่จะย้ายมาจัดไกลจากที่เดิมกว่า 10,000 กิโลเมตรที่ประเทศ "สิงคโปร์" ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัมถูกย้ายมาจัดนอกสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากจัดขึ้นที่นิวยอร์กหลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน และถือเป็น "ครั้งแรก" ที่ถูกจัดขึ้นในทวีปเอเชีย

เบื้องต้นทางผู้จัดงานได้ประกาศไว้ว่า เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัมจะเป็นเวทีระดับนานาชาติเวทีแรกที่จะมีบุคคลสำคัญของโลกร่วมประชุมแบบ "พบกันตัวเป็นๆ" ไม่เหมือนกับการประชุมใหญ่หลายเวทีในปีนี้ที่เจอพิษโควิดจนต้องพบกัน "ผ่านหน้าจอ"

พร้อมกันนี้ยังประกาศหัวข้อหลักของการประชุมออกมาแล้วว่า คือ "The Great Reset" หรือ "การรีเซ็ตครั้งยิ่งใหญ่" เพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่การฟื้นฟูโลกหลังยุคโควิดและทำให้ประชาคมโลกใหม่หลังการรีเซ็ตมีความ "เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" และ "ยั่งยืน" มากยิ่งขึ้น

มีหลายปัจจัยที่ทำให้อีเว้นต์ใหญ่ของโลกครั้งนี้ต้องจัดขึ้นที่สิงคโปร์เท่านั้น โดยเรื่องที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือการระบาดของโควิด-19 เพราะแม้สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 58,000 คน หรือสูงกว่าไทยกว่า 10 เท่า แต่มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าไทยอยู่ที่เพียง 29 คนเท่านั้น และปัจจุบันสิงคโปร์ก็ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศแล้ว

ปัจจัยต่อมาก็คือ "ประสบการณ์" สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมขนาดใหญ่มาแล้วหลายงาน มีความเชี่ยวชาญและทรัพยากรถึงพร้อมทั้งด้านสถานที่ บุคลากร และโลจิสติกส์ โดยสิงคโปร์ได้ "ทดสอบ" จัดประชุมระดับนานาชาติขนาดย่อมในยุคโควิดมาแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัมที่จะเกิดขึ้นทางรัฐบาลสิงคโปร์ก็ได้เตรียมมาตรการควบคุมโรคเอาไว้อย่างเข้มงวด

"ความเป็นกลาง" ก็เป็นอีกจุดเด่นของสิงคโปร์ จนได้รับฉายาว่า "สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก" นั่นคือ สิงคโปร์เป็นพันธมิตรกับทุกประเทศ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และแทบไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เห็นได้ชัดจากการที่สิงคโปร์เป็นสถานที่ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับคิม จอง-อึน พบกันครั้งแรกเมื่อปี 2561 และเป็นที่ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกับอดีตประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่วของไต้หวันมาพบกันเมื่อ 5 ปีก่อน

นอกจากนี้อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัมเลือกมาจัดในทวีปเอเชียก็อาจเป็นการสะท้อนถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ปัจจุบัน "เศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์" โดยเฉพาะ "เศรษฐีหน้าใหม่" ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย โดยข้อมูลที่รวบรวมจาก UBS และ PwC พบว่า ในเอเชียมีเศรษฐีพันล้านกว่า 800 คน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของทั้งโลก และมีความมั่งคั่งรวมกันกว่า "10 ล้านล้านดอลลาร์"

เมื่อ "งานช้าง" มาจัดอยู่ที่ "ข้างบ้าน" ของประเทศไทย นี่จึงถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยต้องจับตา!

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend