เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"

เรื่องเล่าจากมุกปริมคอลัมน์นี้จะพาคุณผู้อ่านไปไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่"วัดสร่างโศก" ได้ยินแค่ชื่อก็รู้ว่าเป็นสิริมงคลแล้ว แถมยังเหมาะสำหรับนักเสี่ยงโชค หรือคนที่ชอบไหว้พระทำบุญเป็นอย่างมาก ที่สำคัญตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหาครอีกด้วย

ใครที่เป็นสายบุญแนะนำให้ไปที่"วัดสร่างโศก" วัดนี้มีให้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบครบทุกแขนง ทั้งพ่อปู่ฤาษี พระมหามุนี พระธาตุ เทพจีน เทพอินเดีย ที่สำคัญยังมีเจ้าอาวาสนั่งเจิมหน้าผากให้กับปประชาชนที่เดินทางเข้ามาในวัดด้วย สำหรับวัดสร่างโศก ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง การคมนาคมสะดวกทั้งทางน้ำและทางบก มีถนนเข้าถึงวัดแต่ซอยทางเข้าค่อนข้างที่จะลึกนิดนึงควรจะมีรถส่วนตัวมาเองน่าจะสะดวกกว่า

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"


เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"

หากย้อนไปถึงประวัติของวัดสร่างโศก วัดนี้สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2300 ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ให้สมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2360 ตามหลักฐานของกรมที่ดิน ระวางที่ 41 ระบุชื่อวัดนี้ว่า "วัดปากอ่าว" แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดมอญ" เพราะอยู่ใกล้คลองมอญ ตามที่ปรากฏในระวางที่ดิน และบริเวณนี้มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก แต่จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาจากชาวบ้าน บ้างก็ว่าชื่อ "วัดอัฎฐวราราม" เพรามีกุฎิ 8 หลัง บ้างก็เรียกว่า "วัดอัศวราราม" เพราะวัดนี้เป็นที่ตั้งกองทัพม้าของพระเจ้าตากสินมหาราช ต่อมาภายหลังได้รับการเปลี่ยนแปลงนามวัดใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (สมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัชการที่ 5 ) เป็น "วัดเตลงรมณ์" หรือ "วัดทะเลงลม" ในปี พ.ศ. 2482 เปลี่ยนนามใหม่เป็น "วัดโพธิ์ทอง" ครั้งถึง พ.ศ. 2483 จนในที่สุดทางราชการได้เปลี่ยนนามวัดเสียใหม่ เป็น "วัดสร่างโศก" เพื่อให้สอดคล้องกับพระนามของ "พระองค์หญิงโศกสว่าง" พระราชธิดาในสมเด็จพระปิ่นเกล้า

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"


เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"



ทางด้านการศึกษา วัดได้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม สำหรับพระภิกษุและสามเณรและให้การสนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยให้ทางราชการสร้างโรงเรียนระดับประถมศึกษา ในที่ดินวัด ในสมัยที่พระครูวิมลญาณ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2537 ได้ทำการย้ายวัดจากฝั่งติดคลอง ข้ามมาอยู่อีกฝั่งถนนหนึ่ง เนื่องจากเกิดน้ำท่วมตลอด จนถึงทุกวันนี้ และในปี พ.ศ. 2545 ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขึ้น

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"

ปัจจุบันที่มุกปริมและครอบครัวได้เดินทางไปที่วัดสร่างโศก ทางวัดก็กำลังปฏิสังขรณ์วัดและบริเวณรอบๆ มองมาหน้าวัดจะเห็นยักษ์คู่ยืนอยู่เป็นท้าวเวสสุวรรณ แต่โซนที่เราจะเข้าไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้าม เดินไปก็จะได้กลิ่นลมทะเล กลางวันจะมีอากาศร้อนจัดแต่จะมีลมพัดตลอด

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"


เมื่อไปถึงทางคนดูแลวัดก็จะแนะนำให้เดินเข้ามาแล้วไปจุดธูปไหว้พระด้านหลัง จะมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้แปะแผ่นทองคำเปลวเป็นจำนวนมาก อธิษฐานขอพรกันด้เลย

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"



นอกจากนั้นทางวัดยังมีพี่กุมารแกละ ตาไข่ และไอ้ไข่ ให้ขอโชคขอลาภด้วย ใครที่เป็นนักเสี่ยงโชคก็จะมีเซียมซีและเครื่องหมุนลูกบอลตัวเลขให้เสี่ยงดวงกันด้วย ใครอยากจะซื้อน้ำหรือดอกไม้ถวายก็บอกคนดูแลวัดได้ ตามกำลังศรัทธาเลยค่ะ

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"



เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"



ส่วนใครที่อยากขอพรให้แบบรวดเร็วทันใจก็ต้องไปกราบหลวงพ่อทันใจ และนอกจากนั้นที่วัดนี้ยังมีเครื่องลางของขลังให้เช่ากลับไปบูชาติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย ใครที่ชอบทำทานหรือชอบบริจาคเงินช่วยเหลือด้านต่างๆของวัดก็จะมีจุดเปิดรับบริจาค เมื่อทำบุญแล้วก็ต้องทำทานให้อิ่มใจกันไป

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"

สำหรับตัวมุกปริมและครอบครัวแล้วได้เดินทางไปวัดสร่างโสกครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจโดยเฉพาะตอนที่รอดใต้เศียรพ่อแก่รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลใครที่อยากจะลองไปไหว้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ก็สามารถเดินทางไปกันได้ สมัยนี้วัดต่างๆอาจจะดูเป็นวัดธุรกิจหมดแล้ว แต่สำหรับที่นี่ไม่บังคับค่าใช้จ่ายใดๆขอแค่มีใจศรัทธาและสองมือพนมก้มลงกราบก็เป็นพอ

เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"


เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"



เยี่ยมชมศิลปะมอญไหว้พระขอพรขอโชคที่"วัดสร่างโศก"