ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ออกหมายจับผัวเก่าฆ่าผัวใหม่เจ้าของร้านขายข้าวสาร

346 4
ออกหมายจับผัวเก่าฆ่าผัวใหม่เจ้าของร้านขายข้าวสาร

ตำรวจออกหมายจับผัวเก่า ก่อเหตุฆ่าผัวใหม่ หลังหึงเมียไปอยู่กินกับชายอื่นทั้งที่หย่าร้างกันแล้ว ด้านเมียต้นเหตุระบุ ไม่คิดว่าสามีเก่าจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ อยากให้ตำรวจเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดี เพราะเกรงตัวเองและครอบครัวไม่ปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวจังหวัดร้อยเอ็ดเดินทาง ลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 60 บ้านป่าม่วงหมู่ 10 ตำบลนาใหญ่อำเภอสุวรรณภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุสลด เจ้าของร้านขายข้าวสารในตลาดสดอำเภอเกษตรวิสัย คือนายพงษ์ศักดิ์วิชัย อายุ 50 ปี เลขที่ 585 หมู่ 1 ตลาดเกษตรวิสัยนอนเสียชีวิต มีแผลถูกเชือดที่ลำคอ 2 แผลและแทงที่ท้อง 1 แผลจนไส้ทะลัก ที่ถนนหน้าบ้านของผู้ตาย เมื่อเวลา 06.00 นของวันที่ 20 กันยายน 2563 ซึ่งชาวบ้านมาพบ ว่าเสียชีวิตแล้วจึงโทรแจ้งตำรวจ 

และจากการสอบสวนปากคำนางสาวสุณี อินทร์ศรีเมืองภรรยาผู้ตาย อายุ 30 ปี ยืนยันว่าเห็นคนร้ายที่ลงมือคือนายอุดร ยุพินครบุรี สามีเก่าอายุ 46 ปี ซึ่งเลิกราไปแล้ว เป็นคนลงมือ แล้วหลบหนีไป หลังจากก่อเหตุฆ่าสามีใหม่ของตนเองตาย ดังกล่าว

สำหรับบรรยากาศการจัดงานศพที่บ้านของผู้ตายได้มีการตั้งศพบำเพ็ญกุศล ขึ้นที่บ้านเลขที่ 60 บ้านป่าม่วง หมู่ที่ 10 ตำบลนาใหญ่อำเภอสุวรรณภูมิร้อยเอ็ด โดยมีแม่ผู้ตาย บรรดาญาติๆ น้องสาว รวมทั้งภรรยาใหม่ ของผู้ตายซึ่งเป็นต้นเหตุ อยู่ในบ้าน ที่จัดงานศพท่ามกลางบรรยากาศ ที่เป็นไปด้วยความเศร้าสลด โดยญาติๆกล่าวว่า จะตั้งศพบำเพ็ญกุศล ต่อไปอีก 2 คืน ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพ ในวันที่ 23 กันยายน ที่วัดอัมพวัน บ้านป่าม่วง ต่อไป

สำหรับการสอบถามต้นเหตุของการฆ่ากันตาย อย่างโหดเหี้ยมดังกล่าว นางนงเล็ก แก้วมะไฟ 42 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า พี่ชายเคยมีครอบครัวและหย่าร้างกับเมียกว่า 5 ปีมีลูกติด 2 คนเปิดร้านขายข้าวสารอยู่ที่ ตลาดเกษตรวิสัย มากกว่า 20 ปีแล้ว และอยู่เป็นโสดมาตลอด

ในขณะต่อมาไม่นานก็มีหญิงหม้ายที่มาทำงานรับจ้างในร้านของพี่ชาย มาติดพัน โดยอ้างว่า เลิกกับสามีเช่นกัน และหย่าร้างกันกับสามีเก่านานกว่า 5 เดือนแล้ว โดยมีลูกติด 3 คน ทั้งคู่เจอกันและคบหากันเพียงประมาณไม่ถึง 2 เดือน โดยผู้ตายก็พาแฟนมาไหว้แม่ แทบทุกคนก็ยอมรับได้ เพราะนิสัยดี ก็ยินดีดีใจที่จะมีคน ขอร่วมทำธุรกิจสินค้าช่วยค้าขายเป็นคู่คิดด้วยกัน..และจะขอดูใจกันสักพักจึงจะทำพิธีสู่ขอแต่งกันให้ถูกต้องโดยคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นโดยที่ทุกคนช๊อคและเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนแทบทำใจไม่ได้ กับสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับครอบครัวของพี่ชาย


ด้าน นางสาวสุนีย์ อินทร์ศรีเมือง ภรรยาใหม่ที่มาอยู่กินกับผู้ตาย ที่ร้าน ได้ประมาณ 2 เดือนกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้านั้น ตนกับสามีเก่าอยู่กินกันมานานพอสมควร จนมีลูก 3 คน ลูกสาวคนโตอายุ 10 ปี ลูกชายคนกลาง อายุ 6 ปี และลูกชายคนเล็กอายุ 3 ปี และมักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ตบตีกันตลอดเวลา จนทนไม่ไหวจนต้องบอกเลิกกับสามีเก่า แล้วจึงมาคบหากับคนใหม่ จนกระทั่งมาอยู่ร่วมกันที่ร้านขายข้าวสาร ของแฟนคนใหม่ และในช่วงระยะเวลาที่ อยู่กับแฟนใหม่ สามีเก่าก็โทรมา พยายามติดต่อตลอดเพื่อขอคืนดี ซึ่งตนยืนยันว่า จะขอแยกทาง จนกระทั่งมีการขู่ฆ่า ว่าหากไม่ยอมคืนดีก็จะทำร้าย และฆ่าให้ตายซึ่งตนเองก็เฝ้าระวัง มาโดยตลอด

 สุดท้ายวันเกิดเหตุตนเองอาบน้ำอยู่บนบ้าน ก็ได้ยินผู้ตายที่เป็นสามีใหม่ร้องตะโกนให้ช่วย ก็รีบวิ่งลงมาดู ก็พบว่าสามีเก่า ล็อคคอ สามีใหม่แล้วใช้มีดเชือดคอและแทงเข้าที่ร่างกาย ซึ่งตนตะโกนขอให้คนช่วย ผู้ก่อเหตุจึงหลบหนีไป ซึ่งตนเองยืนยันว่าจำได้ดีว่าผู้ก่อเหตุคือสามีเก่า เป็นผู้ก่อเหตุ แล้วต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามจับกุมมาดำเนินคดี ให้ถึงที่สุด และลงโทษให้หนัก เพราะรับไม่ได้กับความเหี้ยมโหดเช่นนี้ และเกรงว่าจะย้อนกลับมาฆ่าตนเพราะมีการขู่ว่าจะมาฆ่าตน แต่คงมาเจอสามีใหม่จึงทำายถึงตายและเกรงว่าจะย้อนมาฆ่าตนตามที่เคยขู่ฆ่ามาหลายครั้ง

"เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจากการกระทำรุนแรงของสามีเก่า ซึ่งไม่คิดว่าจะมาทำร้ายสามีใหม่ ที่เป็นคนดีและดีกับฉันทุกอย่าง ซึ่งความจริง หากโกรธถึงขนาดจะมา ฆ่ากันถึงตายแบบนี้ ก็น่าจะมาฆ่าฉันมากกว่า ซึ่งฉันก็พร้อมที่จะตายแทนเขาได้ แต่ตอนนี้วำนึกได้ก็สายเกินไปแล้ว จึงอยากให้ ตร.เร่งจับตัวให้ได้ และอยากให้ลงโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตไปเลยจึงจะสาสมกับความสูญเสียของฉันและครอบครัวของผู้ตายที่เสียใจมาก"นางสุนีย์ กล่าว 

ทางด้านนางบังอร วิชัย อายุ 68 ปี แม่ผู้ตายกล่าวด้วยความเศร้าโศกว่าเสียใจกับเรื่องของลูกชาย ที่ต้องมาเสียชีวิตจากเหตุที่ติดพันกับแฟนใหม่ ที่พามาอยู่ด้วย ซึ่งตนสอบถามฝ่ายหญิง ก็ความมั่นใจ ที่จะคบหาอยู่ด้วยกัน โดยฝ่ายหญิงก็ยืนยันว่าเลิกกัลสามีเก่าเด็ดขาดแล้ว พร้อมกับอ้างว่ามีหลักฐานการหย่าร้างมายืนยัน ว่าไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งตนก็เชื่อและไม่อยากจะขัดใจลูกชาย เพราะเห็นว่าโตแล้ว และลูกของลูกชายเมียเก่า 2 คนก็โตแล้ว ก็เลยปล่อยเลยตามเลย เพราะคิดว่าดีเสียอีกที่มีคนมาช่วยลูกชาย แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงถึงขนาดนี้ ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป และสิ่งแรกที่คิดได้ คือนายพงศ์กร ตร.เร่งจับตัวมาดำเนินคดีและลงโทษให้รับโทษสูงสุดโดยเร็ว เพราะจากสภาพการก่อเหตุกลัวมากว่าจะตามมาทำร้ายเมียเก่าในงานศพและอาจจะลามไปถึงทุกคนในครอบครัวด้วย คือสิ่งที่เกรงกลัวที่สุดในตอนนี้

และ บ่ายวันนี่พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รอง ผบก.ปรก.ภ.จว.ร้อยเอ็ดเข้าพบผกก.สภ.เกษตรวิสัย ร่วมเดินทางไปเพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.ท.อดิศร อินธิจักร สารวัตร (สอบสวน)สภ.เกษตรวิสัย ร้อยเวีเจ้าจองคดีและตรวจสอบความคืบหน้าและเร่งรัดการจับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รอง ผบก.ปรก.ภ.จว.ร้อยเอ็ดเข้าพบผกก.สภ.เกษตรวิสัย ร่วมเดินทางไปเพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.ท.อดิศร อินธิจักร สารวัตร (สอบสวน)สภ.เกษตรวิสัย ร้อยเวีเจ้าจองคดีและตรวจสอบความคืบหน้าและเร่งรัดการจับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รอง ผบก.ปรก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด, จากการลงพื้นที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้ทาง สภ.เกษตรวิสัย ได้ทำการอนุมัติออกหมายจับ หลังยืนยันในสำนวนสืบสวนสอบสวน น่าเชื่อว่านายอุดรธานี ยุพินครบุรี (สามีเก่า) เป็นผู้กระทำความผิดจึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับศาลอ่านสำนวนก็เชื่อเช่นกันว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดจึงได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าเป็นประเด็นชู้สาว หรือโกรธแค้นส่วนตัวเพราะเชื่อว่าสามีเก่าน่าจะยังมีความรักอยู่ตามแนวทางการสอบสวน ซึ่งผู้ตายได้คบหากับผู้หญิง(น.ส.สุนีย์) อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ผู้หญิงได้บอกว่าตนได้เลิกลากันกับแฟนเก่าประมาณ 6 เดือนและได้ไปหย่าร้างกัน ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาแต่ก่อนหน้านั้น สามีเก่าได้ทำการขู่จะเอาชีวิตของตน( น.ส.สุนีย์)จึงได้เข้าไปทำการแจ้งความเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่าถ้าเกิดมีเหตุการทำร้ายร่างกาย ก็ขอระบุว่าเป็นคนนี้สามีเก่า(นายอุดร) ว่าสามีเก่าคุกคาม

พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รอง ผบก.ปรก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ได้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้ว 7 ปากทุกคนก็ให้ความเห็นหลังสอบสวนพยานให้การเป็นแนวทางเดียวกันว่าผู้ต้องหาหรือคนร้ายเป็นคนกระทำความผิดซึ่งคนร้ายหรือผู้ก่อเหตุก็ได้หลบหนีไป แนวทางการสืบสวนสอบสวนตำรวจเชื่อมั่นว่าเป็นสามีเก่าเพราะว่าจากพยานหลักฐานต่างๆที่มีอาจจะเปิดเผยไม่ได้ เป็นผู้ก่อเหตุ ได้ตั้งข้อหา ฆ่าโดยเจตนา โดยใช้ของมีคม การดำเนินการทางคดีได้ประสานชุดสืบสวนของกองบังคับการกองปราบปรามภาค 4 ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามคนร้าย ซึ่งคนร้ายหรือผู้ต้องหาได้ออกหมายจับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้แบ่งกันปฏิบัติหน้าที่ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันจะติดตามคนร้ายมาได้แน่นอน

และในขั้นตอนนี้ อยากฝากถึงผู้ต้องหา ให้กลับใจมอบตัว เพื่อลดโทษฐานความผิด อยากให้มามอบตัว โดยสามารถมามอยตัวได้ที่ สภ. หรือติดต่อญาติให้นำตัวส่งเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งยืนยันว่าจะให้ความปลอดภัย และให้ความเป็นธรรมและกลับใจอย่าไปก่อเหตุเพิ่มเติมซึ่งยิ่งจะเป็นโทษหนัก ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง

เรื่องโดย ธวัชชัย กฤติยาวรกุล | ภาพโดย ธวัชชัย กฤติยาวรกุล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend