ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"หวังธรรมศาสตร์ยอมใจอ่อนให้พื้นที่จัดชุมนุม

429 27
จตุพรหวังธรรมศาสตร์ยอมใจอ่อนให้พื้นที่จัดชุมนุม

"ประธาน นปช." หวังให้ธรรมศาสตร์ยอมใจอ่อนเปิดประตูรับม็อบจัดชุมนุม 19 ก.ย. วอนอย่าผลักลูกศิษย์ไปเสี่ยงหรือเร้าให้เดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ย้ำรบ.ต้องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง รวมถึงเฝ้าระวังเข้ม สกัดมือที่ 3 เท้าที่ 4 เข้าแทรก

(19 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยย้ำให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนที่มาชุมนุมวันนี้ (19 ก.ย.) เพราะถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้น จะทำให้รัฐบาลที่มีภูมิต้านทานเหนื่อยอ่อน รับผิดชอบเหตุการณ์ลุกลามไม่ไหว

ทั้งนี้ การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. ทุกฝ่ายวิตกกังวลแตกต่างกัน พร้อมหวังว่าผู้บริหารธรรมศาสตร์จะเปลี่ยนใจให้ผู้ชุมนุมเข้าไปพื้นที่มหาวิทยาลัยได้ อีกทั้ง ผู้บริหารธรรมศาสตร์ควรคิดให้กว้างไกลกว่าลูกศิษย์ที่มาขอใช้พื้นที่ ซึ่งการชุมนุมในมหาวิทยาลัยสามารถประสานกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อดูแลความปลอดภัยได้ดี แต่ธรรมศาสตร์กับใช้วิธีปิดมหาวิทยาลัยหนีนักศึกษา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตัวเอง แล้วผลักให้ไปเสี่ยงอันตราย

"แม้ผู้บริหารธรรมศาสตร์ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมนี้ แต่สิ่งที่ใหญ่กว่า คือ คนที่มหาวิทยาลัยผลักไปนั้น เป็นลูกศิษย์ตัวเองธรรมศาสตร์ควรซึมซับทั้งเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 16 และ 6 ตุลาฯ 19 เนื่องจากเป็นประวัติศาสตร์ที่คนธรรมศาสตร์ต่างกล่าวขานถึง และปลุกสร้างคำพูดว่า ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน หรือธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว แต่เมื่อถึงทางปฎิบัติเมื่อประชาชนต้องการใช้เสรีภาพ หรือให้นักศึกษาแสดงความรักกับประชาชน ดันปิดมหาวิทยาลัยหนีเสียอย่างนั้น" นายจตุพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากยกตัวอย่าง ว่าช่วงเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยของประชาชน และประชาชนต้องการใช้พื้นทื่เป็นเรือนตาย เพื่อสร้างฐานที่มั่นสุดท้ายไว้สู้กับ รสช. ซึ่งรามคำแหงก็คืนมหาวิทยาลัยให้กับประชาชน เปิดห้องน้ำทุกห้อง รวมทั้งเปิดให้ประชาชนเข้าไปอยู่ทุกอาคารเพื่อหลบภัยได้ เพราะมหาวิทยาลัยสร้างโดยภาษีของประชาชน

ประธาน นปช. กล่าวต่อว่า ส่วนธรรมศาสตร์กลับผลักนักศึกษา ประชาชน ไปชุมนุมสนามหลวง เท่ากับไปเร่งสถานการณ์ให้เดินไปทำเนียบรัฐบาลเร็วขึ้น ถ้านักศึกษาประกาศตัดโซ่ บุกเข้าพื้นที่ธรรมศาสตร์ แต่ผู้บริหารธรรมศาสตร์ไม่อยู่เลยนั้น อะไรจะเกิดความเสียหายมากกว่ากัน ควรต้องคิด และธรรมศาตร์ต้องคิดกันใหม่

นอกจากนี้ อีกอย่างรัฐบาลต้องรู้ว่าการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. ประชาชนมามากจริงๆ และรัฐต้องมีหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่าง เมื่อบอกห่วงใยลูกหลานตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ ดังนั้น รัฐต้องตั้งเต้นท์พยาบาล มีหน้ากากอนามัยแจก มีรถพยาบาลไว้บริการ ห้องน้ำ สั่งกทม.จัดเต็ม รวมทั้งดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยร่วมมือกับผู้จัดการชุมนุม ถ้าทำเช่นนี้ได้ เหตุรุนแรงคงไม่เกิด


นายจตุพร กล่าวด้วยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ แหล่งรายได้จากท่องเที่ยวพังหมด แต่สิ่งที่ควรสร้างขึ้น คือ ความเชื่อมั่นของคนในประเทศ อย่าให้คนอยู่ด้วยความสิ้นหวัง นอกจากนี้ ในปัจจุบันไม่มีใครกลัวโควิด-19 ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสามารถจบลงด้วยสันติวิธีได้

ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญ เมื่อนักศึกษา ประชาชน ตัดสินใจลงถนน เท่ากับบ่งบอกถึงการเลือกแนวทางสันติวิธี เลือกเป็นขบวนการต่อสู้ทางการเมือง ใช้ความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่ขบวนการต่อสู้ทางการทหาร ที่ต้องสู้กันด้วยกำลังอาวุธ ดังนั้น ขบวนการทางการเมือง จึงควรมีความเปิดเผย ชัดเจน ปราศจากความลับ เพื่อประชาชนจะได้รับรู้ โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางต้องพูดคุยกันให้เข้าใจ

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า ส่วนตัวเรียกร้องให้ยึดหลัก 3 ข้อ 2 จุดยืน 1 ความฝัน ซึ่งเป็นภูมิต้านทานในการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ ขณะเดียวกัน เมื่อมีคนกล่าวหาขบวนการการนักศึกษาประชาชนแล้ว แต่ไม่ชี้แจงจึงทำให้เกิดความห่วงใย หากมีฝ่ายอื่นจัดตั้งคนอื่นไปกระทำการแล้วจะเป็นเรื่อง เกิดผลเสียกับขบวนการนักศึกษา

"การชุมนุม 19 ก.ย.ต้องหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะกระทบความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมทั้งรัฐต้องรับผิดชอบสูงสุด นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามที่พูด ว่าจะปฏิบัติเหมือนลูกหลานตัวเอง สิ่งที่รัฐต้องพึงระวัง คือ การสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 เท้าที่ 4" ประธาน นปช. กล่าว

นายจตุพร กล่าวถึงเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงด้วยว่า ช่วงการชุมนุมล้วนแต่มีคนสร้างสถานการณ์ เช่น ให้กลุ่มคนมาปล่อยลมรถนักข่าว หรือตะโกนไล่หลัง ขณะสัมภาษณ์สื่อ ซึ่งการสร้างสถานการณ์จึงเกิดเหตุทุกอย่าง ป้องกันได้ยาก ไม่รู้ใครเป็นใคร ดังนั้น เวลาจัดชุมนุมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องตรงไปตรงมา อย่างน้อยต้องใช้ความสุจริตใจในการจัดการชุมนุม มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ร่วมเป็นการ์ด เปิดทางให้เข้าพื้นที่ได้ทุกเวลา ไม่มีความลับอะไร

นอกจากนี้ การชุมนุมต่อสู้ในหลายเหตุการณ์ ล้วนมีบทเรียนให้ศึกษากัน เช่น 14 ตุลาฯ 16 แม้การชุมนุมยุติ แต่มีคนไม่ต้องการให้จบ ส่วน 6 ตุลาฯ 19 มีคนสร้างสถานการณ์ต้องการให้เกิดความตายขึ้น และพฤษภาทมิฬ 35 ก็ลงท้ายด้วยการยิงคนอย่างบ้าคลั่ง แล้วความตายมากมายเกิดในเมษาฯ-พฤษภาฯ 53

นายจตุพร กล่าวว่า บทเรียนเหล่านั้น บอกว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้สอนให้คนกลัว คนกล้าเกิดมีขึ้นทุกยุคทุกสมัย ส่วนการชุมนุมครั้งนี้จะเป็นสิ่งสวยงามที่สุด เพราะคนมาร่วมมากที่สุด เป็นการประกาศแนวทางตรงไปตรงมาที่สุด และฝ่ายรัฐยังประกาศให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมทั้งถ้าผู้บริหารธรรมศาสตร์กับนักศึกษาคุยกันได้ ตกลงกันได้อีก ยิ่งจะทำให้ลดความเสียหายลง แค่นี้ทุกอย่างจบเรื่องแบบสันติ

ขณะเดียวกัน ที่สำคัญคือการจัดชุมนุมต้องแสดงเจตนาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการแทรกแซง เพราะประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ถ้าต้องการให้เกิด ดังนั้น อะไรสามารถป้องกันประชาชนได้ ก็ต้องทำ

"การชุมนุม 19 ก.ย.นี้ รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน และควรท่องคาถาไว้ว่า มีอะไรรัฐบาลต้องรับผิดชอบ สถานการณ์รัฐบาลขณะนี้มีภูมิต้านทานที่เหนื่อยอ่อนอยู่แล้ว จึงอย่าให้การชุมนุมครั้งนี้เป็นชนวนน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะภายใต้ความเดือดร้อนทั้งปวงนั้น ไม่รู้ว่าจะลุกลามให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายได้ขนาดไหน" นายจตุพร กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์