ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ฉาย"เปรียบสื่อดั่งนกพิราบแต่ต้องไม่ขับถ่ายเรี่ยราด

227 20
ฉายเปรียบสื่อดั่งนกพิราบแต่ต้องไม่ขับถ่ายเรี่ยราด

"ฉาย บุนนาค" เปรียบสื่อสารมวลชนมีอิสระเหมือนนกพิราบ แต่ไม่ควรขับถ่ายเรี่ยราด และต้องรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมย้ำจุดยืนเนชั่นไม่กลัวการนำเสนอข่าว หากยืนบนอุดมการณ์ถูกต้อง

(2 กันยายน 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แห่งประเทศไทย ได้จัดงานเสวนา "สื่อไทยควรวางตัวอย่างไรในความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่" โดยมีตัวแทนจากสำนักข่าวและองค์กรสื่อชั้นนำของประเทศ อาทิ นายฉาย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด บริษัท มติชน จำกัด นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าร่วม

โดยนายมงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มองบทบาทและหน้าที่ของสื่อมวลชน ว่า ต้องรับผิดชอบในการใช้เสรีภาพ ไม่ใช่เพียงกรอบของทางกฎหมาย แต่รวมไปถึงจรรยาบรรณและจริยธรรม ซึ่งในแง่จุดยืนของสื่อมวลชนที่เป็นสากล ไม่ว่าจะมีนโยบายสนับสนุนขั้วใด เมื่อนำเสนอข้อมูล จะมีขั้วไม่ได้ ต้องนำเสนอข้อมูลครบถ้วนทั้ง 2 ทาง ซึ่งแตกต่างกันระหว่างในสหรัฐฯและไทย

"สมาคมฯเองได้รับเสียงสะท้อนของภาคสนาม มีการปิดบังสำนักข่าวโดยบิดเบือนแจ้งเป็นอีกสำนัก เพื่อหวังไม่ให้ถูกคุกคามจากกลุ่มผู้ชุมนุม ถือว่าต้องปกป้องช่วยกันประคับประคอง ซึ่งไม่ได้หมายความเฉพาะสื่อไทย เมื่อเข้าไปทำหน้าที่ในการชุมนุม สมาคมฯ ยินดีเป็นผู้ประสานตัวกลางด้านความปลอดภัยในการทำหน้าที่ โดยมีการทำปลอกแขน รวมไปถึงเป็นหน้าที่องค์การสื่อเกิดการพูดคุยในเชิงเหตุและผล ไม่ใช่การยั่วยุทางอารมณ์ นำเสนอสิ่งที่กลุมผู้ชุมนุมนั้นเรียกร้อง" นายมงคล ระบุ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า สื่อทั้งโลกต้องประสบกับการจัดระเบียบ การเข้ามาเพิ่มเติมขอโซเชียล เริ่มสับสนว่าอะไร คือสื่อมวลชน หรือสื่อบุคคลทั่วไป สื่อมวลชน ที่ยังคงอยู่ได้ต้องรับผิดชอบเชิงปรากฏตัว สามารถบังคับทางนิตินัย โดยทางสมาคมฯ ยังมีการรณรงค์การนำเสนอเฮดสปีช แต่ไม่ใช่ไม่ยอมรับความเห็นต่าง

ด้านนายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ระบุว่า สถาการณ์ของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีก้าวไปไว มีทั้งสื่อกระแสหลัก และสื่อกระแสรอง แต่เชื่อว่าทุกคนรู้เท่าทันสื่อ รู้ว่าการนำเสนอข่าวแบบนี้ต้องการอะไร และเชื่อว่าคนจำนวนมากรู้ว่า เลือกเสพสื่อด้วยเหตุผลอะไร ขณะที่สื่อบนแพลทฟอร์มหลัก ต้องระวังในการนำเสนอ ซึ่งตอบไม่ได้เลยว่าการรู้เท่าทันสื่อต้องทำอย่างไร

ทั้งนี้ การนำเสนอข่าวของแพลทฟอร์มหลักนั้น มีบรรณาธิการในการสกรีนข่าว ซึ่งการเคารพสิทธิของการบรรณาธิการ แต่ไม่ใช่การเซนเซอร์ตนเอง แน่นอนว่าคนพูดความจริงไม่ได้ทั้งหมด แต่สื่อต้องแยกเท็จออกจากจริงให้ได้มากที่สุด อย่าให้คนเสพสื่อต้องรู้เท่าทันเอง และยอมรับว่าทุกวันนี้ (2ก.ย.) เสียสื่อที่มีคุณภาพมากเกินไป จนเกิดการตั้งคำถามว่า สื่อทำหน้าที่ได้ครบถ้วนเพียงพอหรือไม่

ส่วนมุมมองด้านแรงกดดันจากนโยบายผู้บริหารกับการเซนเซอร์นั้น นายพีระวัฒน์ กล่าวว่า จงอย่ากลัวในสิ่งที่ไม่รู้ ขอให้ลองทำ แต่หากยังไม่รู้ว่าจะมีการห้ามให้ทำ จนกว่าจะมีคำสั่งว่าอย่า หากถูกเซนเซอร์จนถูกปิดสถานี จะทำให้สิ่งที่ต้องการนำเสนอไม่ได้นำเสนอ และอาจทำเพื่อนร่วมงานแย่ไปด้วย แม้ไทยมีเสรีภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากทำในสิ่งที่ผู้มีอำนาจบังคับไม่ให้มีการนำเสนอ หากยังลั้นนำเสนอความจริง 100 เรื่อง จะถูกนำเสนอเพียง 1 เรื่อง แต่อีก 99 เรื่องจะไม่ถูกนำเสนอต่อ จึงจำเป็นตัดบางเรื่องและให้อีก 99 เรื่อง ได้นำเสนอ


ขณะที่ ตัวแทนผู้บริหารจากมติชน มองว่า การปฏิรูปสถาบันฯ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้แต่ไม่กล้าพูด เพราะขณะนี้มี 2 ขบวนการ ที่กำลังแสดงความคิดในเรื่องดังกล่าว ฝ่ายแรกมองว่าชังชาติ และเลือกที่จะรายงานเฉพาะฝ่ายนี้ แล้วจะเรียกว่าการเป็นกลางหรือไม่ ถึงเวลาทำไมไม่ตั้งคำถามว่า นำเสนอเป็นกลางแล้วหรือยัง สื่อกลัวว่าหากนำเสนอ 2 ด้าน การเกิดผลกระทบ หากไม่กล้านำเสนอสิ่งใดเพราะกลัวปัญหาตามมา หากเกิดขึ้นกับรัฐบาลทหาร หรือทุน ตนเชื่อว่าองค์กรสื่อจะช่วยกันคุ้มครอง

ทั้งนี้ เพื่อให้สื่อมีสิทธิ์ในการรายงาน เพื่อให้แสดงความเป็นกลาง ตนมองว่าไม่ใช่การทำงานทางบรรณาธิการ ทำไมไม่ต่อสู้กับการเซนเซอร์ตนเอง ซึ่งการเซนเซอร์ตัวเองนั้นอันตราย การที่ผู้สื่อข่าวกลัวม็อบ แล้วจะให้ม็อบมองว่าสื่อเป็นกลางได้อย่างไร เพราะเซนเซอร์เอง ก็ถือไม่เป็นกลางไปแล้ว จากอีกฝ่ายหนึ่งมองว่าการปฏิรูปสถาบันฯนั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่สื่อมองว่าว่าการปฏิรูปดังกล่าวผิดกฎหมาย จึงเกิดเป็นการมองว่าสื่อนั้นนำเสนอข่าวอย่างไม่เป็นกลาง

สำหรับ 10 ข้อเสนอการปราศัยเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้บรรณาธิการตัดสินใจยาก เป็นประสบการณ์ใหม่ แน่นอนว่าต้องเบรกเพื่อตั้งหลัก ว่าทำไมความกล้าของคนรุ่นใหม่ สังคมไทยไม่เคยมีการพูดเรื่องดังกล่าวบนเวทีสาธารณะ ซึ่งต้องทบทวนว่าจะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น บนปรากฏการณ์ครั้งนี้อย่างไร เพราะ 10 ข้อ ทำให้เกิดกลุ่มพันธมิตรลดลง จนต้องเหลือข้อเรียกร้องเพียง 3 ข้อ และต้องยอมรับว่าประเทศไทยเติบโตมากับจารีต

อย่างไรก็ตาม จนสมาคมฯ ต้องทบทวนการทำหน้าที่ ว่า 10 ข้อเสนอนี้ ส่อหรือล่อแหลมนำมาสู่ความขัดแย้ง หรือต้องนำเสนอผ่านศิลปะอย่างไร ท้ายที่สุดต้องทำอย่างไร ให้มีการนำเสนอเชิงวิชาการ ผู้ชุมนุมเองต้องปรับการพูดคุยเชิงวิชาการ ดึงอารมณ์ออกจากการเรียกร้อง เพื่อให้สื่อนำเสนอเชิงวิชาการได้

นายฉาย กล่าวว่า การมาวันนี้ไม่ได้ถูกเชิญมาเพื่อพูดถึงสถาบันฯ แต่เชิญมาเพื่อพูดถึงบทบาทหน้าที่ของสื่อ และสื่อเปรียบเสมือนนกพิราบที่มีความเป็นอิสระ นกพิราบมีหลายสี หลายเชื้อชาติ แต่นกพิราบที่ดีไม่ขับถ่ายเรี่ยราด และต้องรับผิดชอบต่อสังคม ยืนยันว่านโยบายไม่กลัวการนำเสนอข่าว และรับผิดชอบทางสังคม หากยืนอยู่บนอุดมการณ์ที่ถูกต้อง สิ่งที่รับผิดชอบต่อสังคม คือ การทำหน้าที่ที่ครบถ้วน บุคลิกแต่ละแบรด์กลุ่มเป้าหมายคืออะไร ความรับผิดชอบคืออะไร

ส่วนกรณีการสร้างความแตกต่างที่แท้จริง ในการไม่ใส่ความคิดเห็นลงในข่าวนั้น ต้องมีการสกรีนเรื่องข้อกฎหมาย และข่าวต้องนำเสนอให้ครบถ้วน สื่อเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อสังคมและประชาชน ส่วนตัวมองว่าควรมีการขึ้นทะเบียน มีองค์กรอิสระดูแล ทุกวันนี้มีสื่อออนไลน์ มีการอ้างตัวเองว่าเป็นสื่อ นำเสนอผิดพลาดไป ไม่มีความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น และในส่วนของสำนักข่าวเนชั่น มีการนำเสนอข่าวที่ครบถ้วน และแยกแยะชัดเจนว่า สิ่งใดเป็นความคิดเห็นส่วนตัว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์