เนชั่นทีวี

ข่าว

นักธุรกิจ ถูกตุ๋นลงทุนบ่อนพนัน - "อี้ แทนคุณ" ถูกแอบอ้างชื่อ

02 ก.ย. 2563

นักธุรกิจ ถูกตุ๋นลงทุนบ่อนพนัน - "อี้ แทนคุณ" ถูกแอบอ้างชื่อ

นักธุรกิจจัดจำหน่ายและนำเข้าอุปกรณ์ช่างไฟฟ้ารายใหญ่ เข้าติดตามความคืบหน้าคดีที่ตนเองถูกสองผัวเมียอ้างธุรกิจจิวเวอร์รี่หลอกลงทุนธุรกิจบ่อนพนันต่างประเทศ เสียหายกว่า 39 ล้านบาท ส่วน "อี้ แทนคุณ" ถูกนำชื่อไปแอบอ้าง

วันที่ 2 ก.ย.2563 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ "อี้" เลขานุการคณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายวิโรจน์ นักธุรกิจจัดจำหน่ายและนำเข้าเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าช่างรายใหญ่ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีที่ถูก 2 สามีภรรยา ที่ประกอบธุรกิจส่งออกจิวเวอร์รี่และเครื่องเงิน ฉ้อโกงโดยการหลอกให้นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจบ่อนการพนันต่างประเทศจนสูญเงินไปกว่า 39 ล้านบาท โดยนำเอกสารการโอนเงินมามอบให้กับเจ้าหน้าที่เป็นพยานหลักฐานเพิ่มเติม

นายวิโรจน์ กล่าวว่า เมื่อปี 2558 สองสามีภรรยา ลูกค้าที่เช่าอาคารพาณิชย์ของตนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เข้ามาชักชวนให้นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจบ่อนการพนัน โดยอ้างว่าเป็นมรดกตามพินัยกรรมที่ได้รับมาจากชาวตุรกี ซึ่งมีอยู่ 6 แห่ง ตั้งอยู่ในหมาเก๊า ฮ่องกง และที่ ภูเก็ต และกำลังมีโครงการจะนำไปขายต่อให้กับนายทุนต่างชาติในราคา 6 หมื่นล้านบาท หากตนร่วมลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวนกว่า 3 หมื่นล้านบาท

แต่การจะรับมรดกนี้ได้จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการดำเนินการ และไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงหรือบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคนคอยให้การช่วยเหลือ ด้วยความที่รู้จัก 2 สามีภรรยาคู่นี้มานานกว่า 16 ปี และเห็นว่ามีธุรกิจมั่นคง จึงหลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนด้วย โดยทยอยโอนเงินให้ครั้งละหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน รวม 1,026 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 39 ล้านบาท

กระทั่ง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตนเริ่มเอะใจ เพราะเห็นว่าเวลาผ่านไปกว่า 6 ปี แล้ว และเงินที่ลงทุนไปนั้นก็มีจำนวนค่อนข้างมาก แต่กลับยังไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งตามที่ตกลงกันไว้ จึงทวงถาม 2 สามีภรรยา แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเพิ่งขายบ่อนทั้งหมดได้อยู่ระหว่างขนเงินสดเข้ามาภายในประเทศ แต่ด้วยเงินนั้นมีจำนวนมากต้องใช้รถขนเงินมากถึง 29 คัน ทำให้ล่าช้า ขอให้รอก่อน ประกอบกับตนได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบ่อนพนันที่อ้างไว้ จึงทราบว่าเป็นการกุเรื่องเพื่อหลอกเอาเงินจากตน จึงได้เข้าแจ้งความยังกองปราบ เมื่อต้นปี ซึ่งก็ได้มีการรับเรื่องไว้แล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานจนตนสามารถรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินทั้งหมดในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมาได้ จึงได้มาเข้าพบตำรวจกองปราบอีกครั้งในวันนี้เพื่อนำหลักฐานเหล่านี้มามอบให้


"เงินที่นำไปลงทุนนั้น เป็นเงินเก็บที่ได้มาจากการทำธุรกิจมาทั้งชีวิต แถมยังมีบางส่วนที่ตนต้องไปยืมญาติพี่น้องมาลงทุนเพิ่มเพราะอยากได้เงินก้อนแรกกลับคืน เนื่องจากถูกสองสามีภรรยาขู่ว่าหากไม่นำเงินมาลงทุนเพิ่มเงินที่ลงทุนไปทั้งหมดก่อนหน้านี้จะกลายเป็นสูญเปล่า เมื่อไม่มีทางเลือกจึงจำยอมต้องทำตาม จนตอนนี้กลายเป็นหนี้สินญาติพี่น้องหลายล้านบาท" นายวิโรจน์ กล่าว

ด้าน นายแทนคุณ กล่าวว่า ตนที่มาเข้าพบตำรวจกองปราบด้วย ก็เพราะตนทราบว่ามีการนำชื่อของตนไปใช้ในการแอบอ้างว่าเป็นนอมินีบริหารบ่อนการพนันดังกล่าวด้วย ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากเข้ามาช่วยเหลือนายวิโรจน์ คอยประสานงานช่วยติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวให้อีกทาง