นางนงเยาวร์ นิธิพรเดชะ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอาร์ม ซึ่งเป็นญาติและเป็นลูกพี่ลูกน้องของนายปิยรัฐ หรือโตโต้ เจ้าของบ้านที่ถูกก่อเหตุ ทั้งนี้พ่อแม่ของนายอาร์มได้เสียชีวิตตั้งแต่นายอาร์มได้3ขวบทางญาติเองได้ดูแลเลี้ยงดูส่งเสียมาตั้งแต่ตอนนั้นมาเรื่อย บ้านหลังนี้เองที่บรรดาญาติได้เลี้ยงอาร์มและโตโต้ให้เติบโตมาด้วยกัน ทำให้รู้สึกผูกพันกับบ้านหลังนี้มาก โดยคนที่เลี้ยงอาร์มเป็นพี่สาวของแม่นายโตโต้ มาระยะหลังนี้เองอาร์มได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงส่งผลได้รับผลกระทบทางระบบประสาทมีอารมณ์แปรปรวนอาละวาดทำลายข้าวของภายในบ้าน
นางนงเยาวร์ กล่าวอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุเข้าใจว่านายอาร์มจะเปิดประตูเข้าไปภายในตัวบ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้ส่วนตัวแล้วนายอาร์มจะรู้สึกผูกพันมากเพราะเติบโตมากับบ้านหลังนี้ไม่สามารถเข้าไปพื้นที่ตัวบ้านได้ เลยก่อเหตุในลักษณะทุบทำลายรั้วทุ่มสิงห์ใส่รั้วเพื่อจะเข้าไปภายใน โดยส่วนตัวแล้วนายอาร์มกับโตโต้ไม่มีปัญหาส่วนตัวอะไรกัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน มองแล้วอาจไม่มีคนอยู่ในบ้านเลยอยากเข้าไป ส่วนความเสียหายจะให้ป้าที่เป็นแม่เลี้ยงของนายอาร์มมาชดใช้ค่าเสียหายให้แล้วจะทำรั้วให้ใหม่แล้วจะซื้อสิงห์มาแทน ขอยืนยันอีกครั้งว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเรื่องภายในครอบครัว
ขณะที่ พ.ต.อ.ปริญญา คำเจริญ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่านับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุยังไม่มีใครมาแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อนายอาร์ม เป็นบุคคลที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กับนาย ปิยรัฐ จงเทพหรือโตโต้ มาระยะหลังนายอาร์มได้ย้ายมาอยู่ด้านนอกมีสาเหตุมาจากไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทำให้คุ้มคลั่งทำลายข้าวของภายในบ้าน หลังจากทราบข้อมูลจากนางนงเยาวร์ที่เป็นผู้เลี้ยงดูนายอาร์ม และนายอาร์มยังอยากเข้าไปบ้านอาศัยอยู่ เปิดประตูไม่ได้และพยายามจะเข้าบ้านแต่ไม่สามารถเข้าได้ จึงทำการทุบรูปปั้นสิงห์เหวี่ยงไปที่รั้วบ้านทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาทางการเมืองหรือการเคลื่อนไหวตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ส่วนตัวนายอาร์มนั้น จากการตรวจสอบประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและดำเนินคดีในข้อหา ขับเสพมาแล้ว2ครั้ง ซึ่งหากมีการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป