เชื่อว่า ณ ตอนนี้ ชื่อของ 'มาร์มอต' กำลังเป็นที่สนใจ เพราะกระแสข่าวของ 'มาร์มอต' กำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกติดตาม หลังจากคณะกรรมการสุขภาพ นครปาเยี่ยนน่าวเอ่อร์ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางภาคเหนือของจีน ประกาศเตือนประชาชนให้รายงานต่อทางการทันที หากพบ มาร์มอต หรือสัตว์ชนิดอื่นที่มีอาการป่วยหรือตาย เพราะต้องสงสัยว่าอาจเป็นพาหะเชื้อกาฬโรคที่มีผู้ป่วยในพื้นที่แล้ว 1 คน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาและนับเป็นผู้ป่วยกาฬโรครายแรกในปีนี้ของจีน
นอกจากนี้ ทางการท้องถิ่น ยังขอให้ประชาชนยุติการล่าและรับประทานสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อกาฬโรคด้วย ผู้เชี่ยวชาญยังระบุอีกว่า เชื้อต้นตอกาฬโรคคือ แบคทีเรีย "บาซิลลัส เปสติส" (Bacillus pestis) โดยเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ที่เกี่ยวข้องกับ "สัตว์ฟันแทะ" และหมัด ซึ่ง"มาร์มอต"ก็เป็นสัตว์ฟันแทะชนิดหนึ่ง!! สำหรับในกรณีล่าสุดที่ประเทศจีน ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ป่วยติดเชื้อกาฬโรคจากอะไร แต่โดยทั่วไปแล้ว การติดต่อมาสู่คนเกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่ การถูกหมัดที่มีเชื้อกัด การสัมผัสเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อ และการสูดดมสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของสัตว์ที่ติดเชื้อ
ทำความรู้จัก "มาร์มอต" สัตว์ฟันแทะหน้าตาน่ารักที่คนไทยไม่คุ้นตา แต่ตอนนี้กำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพาหะ "กาฬโรค" ที่ระบาดครั้งล่าสุดในจีน ไปดูกันว่า สิ่งมีชีวิตคล้ายกระรอกนี้มีเรื่องราวอะไรที่คุณอาจยังไม่รู้บ้าง 1. ปัจจุบันเหลือ 15 สายพันธุ์มาร์มอตเป็นกระรอกขนาดใหญ่ อยู่ในสกุล Marmota โดยมีสมาชิกอยู่ทั้งหมดราว 15 สายพันธุ์ หรือ สปีชีส์ ซึ่งรวมถึงตัวกราวนด์ฮ็อก (groundhog) หรือวูดชัก (woodchuck) ด้วย บางชนิดอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นภูเขา เช่น เทือกเขาแอลป์ เทือกเขาคาร์เพเทียน และเทือกเขาพิเรนีสในยุโรป รวมถึงพื้นที่แถบเอเชียตะวันตกเฉียงเหนือ และอเมริกาเหนือเนื่องจาก"มาร์มอต"เป็นสัตว์กินพืช อาหารหลัก จึงมีทั้ง หญ้า ลูกไม้ เห็ด รา สาหร่าย ผลไม้ มอส รากไม้ และดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ส่วนลักษณะการใช้ชีวิตของสัตว์หน้าตาคล้ายกระรอกหุ่นน่ากอดนี้ มักจะอาศัยอยู่ในโพรงและจำศีลในฤดูหนาว 2. มีภาษาเป็นของตัวเองมาร์มอต ได้รับกล่าวกล่าวขวัญถึงในเรื่องการใช้เสียงที่แหลมสูง ในการเรียกพวกพ้อง เมื่อเกิดอันตรายหรือเกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก โดยมาร์มอต อัลไพน์ ที่อาศัยแถบเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาคาร์เพเทียน และเทือกเขาพิเรนีส ใช้การเรียกพวกพ้องด้วยเสียงที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของภัยอันตราย เสียงแหลมครั้งเดียวเป็นการเตือนว่ามีผู้ล่าบนท้องฟ้า ซึ่งมักเป็น "อินทรี" ส่วนเสียงแหลมหลายครั้งเป็นการเตือนว่ามีอันตรายบนพื้นดิน*ขณะที่ผลการศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์มาร์มอตในอเมริกาเหนือ "ไม่พบ" ความเชื่อมโยงแบบเดียวกันระหว่างประเภทภัยคุกคามกับการส่งเสียงเตือน