รอบ 18.00 น. ซาบซึ้งไปกับ "Cinema Paradiso" ผลงานของ จูเซปเป ทอร์นาทอเร ที่เฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของโรงภาพยนตร์ และที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมมาแล้วทั่วโลก เป็นดั่งบทส่งท้ายให้แก่ สกาลา ในฐานะสรวงสวรรค์ของคนรักหนังหลายต่อหลายคน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซาลวาโทเร ชายหนุ่มวัยกลางคน ได้รับโทรศัพท์จากผู้เป็นแม่ว่า อัลเฟรโด เสียชีวิตแล้ว และจะมีพิธีศพในวันรุ่งขึ้น พลันที่ได้ทราบข่าว ชายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการภาพยนตร์ ก็หวนระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งยังเยาว์วัยย้อนกลับไปในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เพิ่งจะสิ้นสุดลงไม่นาน ช่วงเวลาที่โทรทัศน์ ยังเป็นเรื่องในอุดมคติ โรงหนัง จึงเป็นเหมือนทางเลือกเดียวในการแสวงหาความสุขของผู้คนในสมัยนั้น ซาลวาโทเร หรือ เด็กชายโตโต้ ในตอนนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงรักโลกของแผ่นฟิล์มเช่นกันและ ณ เกาะเล็กๆชื่อว่า ซิซีลี ที่ซึ่ง โตโต้ อาศัย มีเพียงโรงหนังขนาดย่อมนามว่า Cinema Paradiso แห่งเดียวเท่านั้น โดยมี อัลเฟรโด ทำหน้าที่ในการฉายหนัง โตโต้ เป็นเด็กที่หลงรักหนังเป็นชีวิตจิตใจ ชอบนั่งดูหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่า แม้จะซ้ำไปมาหลายรอบก็ตาม แต่ก็ไม่มีเบื่อ ซึ่งจากความหลงใหลของเด็กชายนี้เอง ที่ทำให้มิตรภาพระหว่างคนฉายหนังกับตัวเขา ค่อยๆเจริญงอกงามขึ้นแต่แล้ววันหนึ่ง พระเพลิงก็เข้าเผาผลาญโรงหนังแห่งนี้ และส่งผลให้ อัลเฟรโด ต้องสูญเสียประสาทการมองเห็นไป นั่นทำให้ โตโต้ ที่แอบดูวิธีการฉายหนังมานาน จึงเข้ามาทำหน้าที่แทน เวลาผ่านไป จน เด็กชายโตโต้ เติบโตเป็นหนุ่มรูปหล่อ แต่เขาก็ยังคงรักหนังไม่เสื่อมคลาย วันหนึ่ง หนุ่มน้อยต้องไปเป็นทหาร เมื่อเขากลับมา เมืองก็เปลี่ยนไป ห้องฉายหนังก็มีคนอื่นมาทำหน้าที่แทน อัลเฟรโด จึงบอกให้ โตโต้ ไปจากเมืองนี้เสีย ไปมีชีวิตที่ดีกว่าเขา ไม่ต้องมองย้อนกลับไปซึ่ง หนุ่มโตโต้ ก็ทำตาม จนท้ายที่สุด เขาก็ประสบความสำเร็จ กลายเป็นนักสร้างหนังชื่อดัง สิ่งที่ทำให้ Cinema Paradiso กลายป็นหนังที่อยู่ในดวงใจใครต่อใคร ก็เพราะการเล่าเรื่องที่แสนชาญฉลาด บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นระคนเศร้า บรรยากาศที่ส่งให้หนัง เป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตอีกทั้งการแสดงอันยอดเยี่ยม ของทั้ง ฟิลิปป์ นัวเร็ต ที่รับบทเป็นอัลเฟรโด และ ซาลวาโทเร คาสซิโอ ที่แสดงเป็น โตโต้ ในวัยเยาว์ ทำให้คนดูหลงรักตัวละครทั้งสอง อย่างไม่มีข้อโต้แย้งฉากที่ ซาลวาโทเร นั่งดูฟิล์มหนังที่ อัลเฟรโด มอบเป็นของขวัญให้เขาเมื่อตายจากไปแล้ว ยังคงเรียกน้ำตาให้ไหลออกมาได้ทุกครั้งที่ชม
ทุกเรื่อง ฉายวันละรอบ เสาร์ที่ 4 อาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 ที่โรงภาพยนตร์สกาลา
เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ท่านจะได้มาเก็บเกี่ยวความทรงจำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ของ "ราชาโรงหนังแห่งสยาม"
ราคาบัตรรอบละ 140 และ 160 บาท
เปิดจำหน่ายบัตร ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายนเป็นต้นไป ที่จุดจำหน่ายบัตรโรงภาพยนตร์สกาลา (จำกัดเพียงรอบละ 400 ที่นั่งเท่านั้น)
เวลาจำหน่ายบัตร
27 มิถุนายน 2 กรกฎาคม 10.00 น. 16.00 น.
3 กรกฎาคม 10.00 น. 20.00 น
4 5 กรกฎาคม 10.00 น. 18.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 02 482 2014 (หอภาพยนตร์) 02 251 2861 (โรงภาพยนตร์สกาลา)