ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เพื่อไทยหมอบเลือกซ่อมลำปาง จับสัญญาณเลือดไหลไม่หยุด!

85 0
เพื่อไทยหมอบเลือกซ่อมลำปาง จับสัญญาณเลือดไหลไม่หยุด!

ประมุขแห่งบ้านดอยเงิน "พินิจ จันทรสุรินทร์" ทำเซอร์ไพรส์ ไม่ยอมลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทนลูกชายที่เสียชีวิต เพื่อไทยเสียเก้าอี้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่แข่ง เพราะหาผู้สมัครแทนไม่ทัน จับตาพลังประชารัฐแบเบอร์ เหตุคู่แข่งเหลือแต่ผู้สมัครเสรีรวมไทยที่เมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ได้คะแนนหลักพัน

การปฏิเสธลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปางเขต 4 ของ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.หลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง จากค่ายเพื่อไทยนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

เพราะเหตุผลที่ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยนำมาอธิบายนั้น ดูจะยังไม่มีน้ำหนักมากพอ

โดยเฉพาะเรื่องที่ว่านายพินิจไม่มีความพร้อม เพราะเพิ่งสูญเสียลูกชาย คือ นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.เขต 4 ลำปาง จนนำมาสู่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

แต่คำถามก็คือ ถ้าสภาพจิตใจไม่พร้อม ก็น่าจะตัดสินใจไม่ลงสมัครตั้งแต่ต้น เหตุใดถึงปล่อยทอดเวลามานานจนถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย เพราะสื่อมวลชนก็ไปรอรายงานตั้งแต่เช้า ก็มีข่าวว่าจะมาช่วงบ่าย กระทั่งสรุปว่าไม่ลงสมัครในที่สุด


ผลกระทบเกิดขึ้นทันทีกับพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ การไม่ส่งผู้สมัคร ก็เท่ากับพ่ายแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง และเสียเก้าอี้ ส.ส.ไปฟรีๆ 1 เก้าอี้ แถมยังมีแนวโน้มสูงที่จะไปเพิ่มแต้มให้พรรครัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐอีกด้วย

เพราะคู่แข่งที่มีลุ้นที่สุด กลายเป็น ร้อยตำรวจโท สมบูรณ์ กล้าผจญ จากพรรคเสรีรวมไทย แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็ได้คะแนนไปเพียง 2,466 คะแนนเท่านั้น

ขณะที่ นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ได้ไป 30,368 คะแนน เป็นอันดับ 2 รองจากนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.จากเพื่อไทยที่กวาดไปถึง 42,984 คะแนน

ฉะนั้นหากนายพินิจและพรรคเพื่อไทยไม่ไฟเขียวเทคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเสรีรวมไทย ย่อมมีโอกาสสูงมากที่ นายวัฒนา จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง จะชนะไปแบบแบเบอร์

ผลเสียหายอย่างร้ายแรงก็คือ ช่องว่างของเสียงในสภาระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันถ่างกว้างถึง 64 เสียงอยู่แล้ว / คือ รัฐบาลมี 275 เสียง ฝ่ายค้าน 211 เสียง ไม่นับรวม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ลูกพรรคย้ายไปสังกัดรัฐบาล และหักนายอิทธิรัตน์ที่เสียชีวิตไป เมื่อเป็นแบบนี้รัฐบาลก็จะได้แต้มเพิ่มเป็น 276 เสียง และช่องห่างในสภาจะกลายเป็น 65 เสียงเลยทีเดียว

นี่ยังไม่นับ 2 ส.ส.เพื่อไทย กับอีก 1 ส.ส.ประชาชาติ ที่ปันใจไปให้รัฐบาล จนถูกสั่งห้ามร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับฝ่ายค้านอีก 3 เสียงด้วย

การไม่ยอมลงสมัครรับเลือกตั้งของนายพินิจ จึงไม่น่ามีเหตุผลแค่สภาพจิตใจไม่พร้อม หรือเตรียมไปเล่นสนามท้องถิ่น เพราะแจ้งพรรคแบบกระชั้นชิด แถมยังไม่มีตัวตายตัวแทนให้กับพรรคด้วย ครั้นจะไปเทคะแนนให้ผู้สมัครของพรรคเสรีรวมไทย ก็ดูแปลกๆ เพราะตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่

เหตุนี้เองจึงมีการวิเคราะห์กันว่า ท่าทีของนายพินิจ มีอะไรในก่อไผ่หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า ก่อนการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคมปี 62 ก็เคยมีข่าว "ทีมบ้านดอยเงิน" ภายใต้การนำของ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ เตรียมย้ายข้างไปเข้าค่ายพลังประชารัฐรอบหนึ่งแล้ว จนทำให้ "เจ๊หน่อย" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย บินไปร่วมงานวันเกิดภรรยาของนายพินิจถึงถิ่น เพื่อซื้อใจและประกาศกลางงานว่าตระกูลจันทรสุรินทร์จะอยู่กับเพื่อไทยต่อไป

ต้องรอลุ้นว่า 1 ใน 2 บ้านใหญ่ที่ครองสนามการเมืองของลำปางอย่างตระกูลจันทรสุรินทร์ (อีก 1 บ้านใหญ่คือตระกูลโล่ห์สุนทร) จะขยับทิ้งพรรคเพื่อไทยหลังจากนี้หรือไม่

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend