"ตู้ปันสุข"ดังไกลถึงเมืองจีน!
14 พ.ค. 2563
"ตู้ปันสุข" ตู้แบ่งปันสิ่งของเครื่องใช้ของคนไทยภายใต้สโลแกน "หยิบไปแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้แบ่งปัน" โด่งดังไปไกลถึงประเทศจีนแล้ว โดยส่วนใหญ่ต่างชื่นชมความมีน้ำใจของคนไทย
ข่าว
14 พ.ค. 2563
"ตู้ปันสุข" ตู้แบ่งปันสิ่งของเครื่องใช้ของคนไทยภายใต้สโลแกน "หยิบไปแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้แบ่งปัน" โด่งดังไปไกลถึงประเทศจีนแล้ว โดยส่วนใหญ่ต่างชื่นชมความมีน้ำใจของคนไทย
เรื่องราวของ "ตู้ปันสุข" ตู้แบ่งปันน้ำใจของคนไทยที่เป็นกระแสฮอตฮิตไปทั่วประเทศภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ล่าสุดโด่งดังไปไกลถึงประเทศจีนแล้ว โดยเพจ "อ้ายจง" ที่เป็นเพจเล่าเรื่องราวแง่มุมต่างๆในเมืองจีน ได้เล่าถึงตู้ปันสุขโดยมีรายละเอียดดังนี้
เรื่องราวของ "ตู้ปันสุข" ดังไกลถึงประเทศจีน เมื่อตอนนี้ ในโลกโซเชียลจีนมีการแชร์คลิปเรื่องราวคนไทยพากันนำอาหารเครื่องดื่มตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต แบ่งปันให้ผู้ที่มีความจำเป็น โดยวางใน ตู้ปันสุขที่ตั้งไว้ตามที่ต่างๆทั่วประเทศไทย
เรื่องราวนี้กลายเป็นกระแสโซเชียลจีนบน Weibo เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 14 พฤษภาคม 2563 อ้ายจงเลยขอเล่าความคิดเห็นของคนจีนให้พวกเราได้ทราบกันครับว่า เขามองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ขอเล่าบางส่วนนะครับ
ลักษณะของธนาคารอาหารแห่งนี้คือมีตู้แช่อาหารตั้งเอาไว้ ใครมีอาหารที่รับประทานไม่หมด หรือต้องการบริจาค สามารถนำมาแช่ไว้ที่ตู้แช่แห่งนี้ได้ เพื่อให้ผู้ยากไร้ หรือผู้ที่มีปัญหาการเงิน มานำอาหารในตู้แช่นี้ไปรับประทานได้ โดยมีพนักงานประจำ จำนวน 5 คนและอาสาสมัครซึ่งประกอบไปด้วยคุณลุงคุณป้าวัยเกษียณและคุณป้าแม่บ้านทั้งหลายที่พอมีเวลา จำนวน 280 คน ต่อเดือน มาร่วมช่วยกันดูแลที่แห่งนี้ เพื่อให้มีระเบียบเรียบร้อยและตรวจเช็คอาหารก่อนจะเข้าตู้แช่
โมเดลนี้ เกิดขึ้นได้โดยความร่วมมือของ ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายของในละแวกนั้น ที่ร่วมบริจาคอาหาร โดยจะมีวันหมดอายุระบุไว้บนกล่องอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งตามปกติแล้ว หากอาหารใกล้วันหมดอายุ จะนำออกมาลดราคา แต่ได้นำส่วนหนึ่งมาบริจาค มาแช่ไว้ในตู้แช่ของธนาคารแห่งนี้แทนจำได้ว่าในตอนนั้น
ในตอนนั้น "ธนาคารอาหาร ณ เซี่ยงไฮ้" ถือเป็นกระแสสังคมที่ผู้คนให้ความสนใจมาก ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในเชิงบวกและลบ โดยส่วนใหญ่กังวลว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าอาหารที่แช่นั้นสะอาดและปลอดภัย บ้างก็แสดงความคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะว่า "ควรจะมีการขอดูบัตรประชาชนทุกครั้งทั้งผู้ที่นำอาหารมาแช่และผู้ที่มารับ รวมทั้งควรระบุชื่อของผู้ที่นำอาหารมาแช่ไว้บนกล่องอาหารทุกครั้ง"
นอกจากนี้ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยต่างแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก ได้ทั้งช่วยเหลือผู้ยากไร้ และลดปริมาณขยะอาหารภายในเมืองอีกด้วย
ทั้งนี้ ธนาคารอาหารถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กำลังดำเนินการในเมืองต่างๆทั่วโลก มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงความปลอดภัยของอาหารเป็นหลัก
จะว่าไป ความคิดเห็นของคนจำนวนไม่น้อยที่มีต่อ"ธนาคารอาหารสำหรับผู้ยากไร้ในจีน" ก็ไม่ต่างจาก เรื่องตู้ปันสุข ที่มีหลายฝ่ายกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารและข้าวของที่ใส้เช่นกัน
แต่ก็อย่างที่คนจีนแสดงความคิดเห็น "หากคนคิดจะทำดี ก็ต้องใส่แต่ของที่ดีอยู่แล้ว" เรามาร่วมกันส่งต่อสิ่งที่ดีกันนะครับ
#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #กระแสไทยในจีน
