รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คที่ชื่อว่า อ๋อมันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ว่าตอนนี้กระแสการใช้ "หม้อทอดไร้น้ำมัน (air fryer)" กำลังมาแรงมาก หลายคนนิยมซื้อกันไปทำอาหารทอด ที่น่าจะดีต่อสุขภาพ เพราะแทบไม่ต้องใช้น้ำมันมาทอดแต่ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีการแชร์ข้อความทำนองที่ว่า "ให้ระวังการใช้หม้อทอดไร้น้ำมันกับอาหารพวกแป้งและเนื้อสัตว์ เพราะจะเสี่ยงก่อมะเร็งได้ จากการเกิดสารกลุ่มอาครีลาไมด์ (acrylamide )" ... เรื่องนี้ จริงเท็จอย่างไร ?!
ปรกติแล้ว เราจะมองว่า การใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน มาทำอาหารทอดนั้น ดีต่อสุขภาพกว่าการทอดแบบจมในน้ำมันร้อน (deep-fried) เนื่องจากใช้ไขมันน้อยมาก แต่ยังได้รสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหาร ใกล้เคียงกับการทอดด้วยน้ำมันการทำงานของหม้อทอดไร้น้ำมันนั้น จะใช้การเป่าลมร้อนเข้าไปรอบๆ อาหาร เพื่อให้อาหารสุกและกรอบคล้ายการทอดในน้ำมัน โดยอาจจะใช้น้ำมันบ้างเพียงเล็กน้อย (เช่น ใส่แค่ 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันทอดหลายถ้วยตวง) เพื่อให้ลมร้อนที่มีละอองฝอยน้ำมัน ไปดึงเอาความชื้นออกจากอาหาร ขณะที่ก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างกรดอะมิโนกับน้ำตาล ที่เรียกว่าปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard effect) ทำให้อาหารมีสีสันและรสชาติดีคนที่กินอาหารที่ทำจากหม้อทอดไร้น้ำมัน จึงมักจะได้ประโยชน์ในเรื่องของการควบคุมและลดน้ำหนักตัว จากการลดการบริโภคไขมัน แถมยังเป็นเครื่องมือประกอบอาหาร ที่ลดอุบัติเหตุจากการกระเด็นของน้ำมันทอดอาหารได้อีกด้วย
ที่สำคัญ หม้อทอดไร้น้ำมันนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดสารพิษกลุ่มอาครีลาไมด์ (acrylamide) ขึ้นด้วย ซึ่งการทอดอาหารด้วยน้ำมันท่วม และใช้ความร้อนสูงมากนั้น สามารถจะสร้างสารประกอบที่อันตรายขึ้นได้หลายอย่าง ดังเช่น อาครีลาไมด์ ที่เป็นสารก่อมะเร็งได้ (จะเห็นว่า ประเด็นนี้ ตรงกันข้ามกับที่กังวลกัน)