เนชั่นทีวี

ข่าว

ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย ดับเพิ่ม 1 ราย

06 พ.ค. 2563 | nathaorn

ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย ดับเพิ่ม 1 ราย

ศบค. แถลงยืนยัน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 1 ราย รวมยอดสะสม 2,989 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 55 ราย ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเเล้ว 2,761 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยยอดจำนวนผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วยรายใหม่ยืนยัน 1 คน รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,989 คน หายแล้ว 2,761 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 173 คน กลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 14 คน รวมเป็น 2,761 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 55 ราย

ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย ดับเพิ่ม 1 ราย


โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่ เป็นชายอายุ 69 ปี สัญชาติออสเตรเลีย มีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืด ทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมอยู่ในจังหวัดพังงา เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ด้วยอาการอ่อนเพลีย และไอ เข้ารับการรักษาตัวที่คลินิกและวันที่ 28 มีนาคม อากาศไม่ดีขึ้น จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลภูเก็ต ด้วยอาการไข้ เหนื่อยหอบ และปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลงเหลือเพียง 89% ต่อมาพบว่าผลยืนยันติดเชื้อโควิด- 19 เมื่อเอกซเรย์พบว่ามีการติดเชื้อและอักเสบรุนแรง และต่อมาอาการเริ่มแย่ลงมีอาการเหนื่อยมากขึ้นจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และมีภาวะแทรกซ้อนไตล้มเหลว และเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม
ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1 คน เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบอาชีพเป็นพนักงานนวด เดินทางกลับจากประเทศรัสเซีย เดินทางกลับไทยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม และเข้ารับการกักตัวที่ state quarantine ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยต่อมาตรวจพบไข้ 38.3 องศา จึงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยมีอาการไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ ยังขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการกักกันโรคที่เข้มแข็ง

ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย ดับเพิ่ม 1 ราย

ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย ดับเพิ่ม 1 ราย

ส่วนผลการตรวจเชื้อในพื้นที่จังหวัดยะลาทั้ง 40 คน นายแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าไม่พบผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งผลของทั้งหมดเป็นลบโดยในช่วงบ่ายของวันนี้กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้แถลงในรายละเอียด เพื่อให้ประชาชนรับทราบในกระบวนการและขั้นตอนการตรวจโรคเพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น
ด้านการนำคนไทยกลับจากต่างประเทศวันที่ 6 พฤษภาคมมีคนไทยเดินทางกลับจากประเทศเมียนมาร์จำนวน 59 คน เที่ยวบิน 8M 331 เวลา 18.15 น ประเทศเยอรมนี 110 คน เที่ยวบิน LH 772 เวลา 23.00 น. ประเทศปากีสถาน จำนวน 122 คน เที่ยวบิน FD 9787 เวลา 23.20 น แล้ววันที่ 7 พฤษภาคมมีคนไทยกลับจากประเทศเกาหลีใต้จำนวน 150 คน เที่ยวบิน KE651 เวลา 21.45 น ประเทศแอฟริกาใต้เที่ยวบิน SAA 2 285 จำนวน 150 คน เวลา 08.10 น

ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1 ราย ดับเพิ่ม 1 ราย

การรายงานข้อมูลสถานการณ์ผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องปรับตัวในสถานการณ์โรคของรัฐตั้งแต่ 3 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม มียอดคัดกรองสะสม 12,847 คนเพิ่มขึ้น 466 คนกลับบ้านได้แล้ว 3 921 คนเพิ่มขึ้น 619 คนและพบเชื้อภายในสถานกักกันโรคสะสม 85 คนเพิ่มขึ้น 1 คน
ด้านการรายงานผู้ฝ่าฝืนมาตราการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 22.00-04.00 น. พบผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 699 คน แบ่งเป็นตักเตือน 50 คน และดำเนินคดี 649 คน โดยสาเหตุมากที่สุดคือออกมาทำธุระ ร้อยละ 35 ร้อยละ 29 และกลับที่พักร้อยละ 24 ส่วนการมั่วสุมชุมนุมมีทั้งสิ้น 104 คน เป็นการดำเนินคดีทั้งหมด แบ่งเป็นดื่มสุราร้อยละ 45 ลักลอบเล่นการพนันร้อยละ 20 และอื่นๆ ร้อยละ 18
ส่วนผลการตรวจประจำวันในการผ่อนปรนมาตรการจำนวน 12,996 แห่ง พบปฏิบัติตามมาตรการ 12,547 แห่ง และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 449 แห่ง
โดยสามารถแบ่งได้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม 4,559 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 4,403 แห่ง และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 156 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าจำนวน 541 แห่งปฏิบัติตามมาตรการ 526 แห่ง ไม่ปฏิบัติตาม 15 แห่ง ตลาดค้าปลีกจำนวน 3 851 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 3,690 แห่ง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 161 แห่ง ร้านค้าเสริมสวย 3,014 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 2,925 แห่ง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 89 แห่ง สนามกอล์ฟ 116 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 115 แห่ง และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 1 แห่ง สนามกีฬา 284 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 273 แห่ง และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 11 แห่ง สวนสาธารณะ 386 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 375 แห่ง และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 11 แห่ง และร้านสัตว์เลี้ยง 245 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 240 แห่ง และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 5 แห่ง
ส่วนบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า หากยึดตามกฎหมายจะบทลงโทษต่างๆตามข้อกฎหมาย แต่ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ยืนยันได้ว่าเจตนาของกฎหมายที่ออกมา ไม่ได้ต้องการให้ประชาชนถูกลงโทษ แต่มาตรการกำหนดโทษให้ได้ความร่วมมือ เพราะหากร่วมมือแล้วกำเนิดผลก็จะสามารถควบคุมโรคได้ และดีต่อประเทศไทย
ส่วนการออกกำลังกาย นายแพทย์ทวีศิลป์ แนะนำว่า การเดินคือสิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากเมื่อใส่หน้ากากอนามัยแล้วจะไม่มีปัญหา เรื่องของการหายใจ แต่หากวิ่งใส่หน้ากากอนามัยก็สามารถทำได้แต่หน้สกากต้องไม่ใช่แบบทึบ อย่างเช่นหน้ากากอนามัย N95 เพราะฉะนั้นไม่แนะนำให้วิ่งใส่หน้ากากอนามัยตามที่กรมอนามัยบอก ขอให้เดินดีกว่าเพราะว่าอากาศเข้าไปยังเพียงพอ หากต้องการวิ่งแล้วมีคนตามหลังอีก 10 เมตรหรือไม่ เพราะขณะวิ่งเองสามารถกระจายเชื้อได้กว่า 10 เมตรและในช่วงท้าย นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังระบุอีกว่า วันนี้ถือเป็นวันพระใหญ่ หากต้องการทำบุญขอให้เวียนเทียนที่บ้านตามมติของมหาเถรสมาคมตั้งจิตอธิษฐานขอบูชาต่อพระรัตนตรัยและตั้งมั่นที่จะนำเรื่องดีๆเข้ามา การขอพรพระที่สำคัญที่สุด ตนมองว่าการไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐซึ่งถือเป็นวิถีธรรมทางพระพุทธศาสนา ทฝขอทุกคนน้อมจิตน้ำใจนำเรื่องจิตที่เป็นกุศลทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นเรื่องภัยพิบัตินี้ด้วยการทำจิตภาวนาไปพร้อมกัน

ข่าวล่าสุด