รายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ทางออนไลน์ในวารสารวิชาการ PLOS ONE เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ในโครงการ PREDICT ซึ่งทำงานภายใต้องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ ยูเสด (USAID) ได้วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำลายและมูลค้างคาว ซึ่งเก็บมาจากค้างคาว 11 ชนิดพันธุ์ จำนวนทั้งสิ้น 464 ตัว
โดยเก็บตัวอย่างจากสถานที่ 3 แห่งของเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่เขตภาคเหนือในเมืองย่างกุ้ง ใกล้กับอุทยานแห่งชาติลอว์กา ซึ่งเป็นถ้ำที่มนุษย์เข้าไปเก็บมูลค้างคาวมาขายรวมทั้งถ้ำที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้คนเข้าไปสักการะพระพุทธรูป ซึ่งทำให้มนุษย์มีความใกล้ชิดกับค้างคาว โดยทีมนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างตั้งแต่ปี 2016-2018 และได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลของเมียนมา
ผลการวิเคราะห์ พบเชื้อ "ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่"ในค้างคาวเพดานใหญ่ (Scotophilus heathii) ทีมนักวิจัยตั้งชื่อว่า PREDICT-CoV-90ค้างคาวปากย่น (Chaerephon plicatus)พบเชื้อ PREDICT-CoV-47 และ PREDICT-CoV-82 ส่วนในค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ (Hipposideros larvatus)ค้นพบเชื้อใหม่อีกสามชนิดคือ PREDICT-CoV-92, PREDICT-CoV-93, PREDICT-CoV-96