ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563.

"อนุทิน" ยืนยันรัฐบาลใช้มาตรการเข้มเกือบเต็มที่แล้ว

323 101
อนุทิน ยืนยันรัฐบาลใช้มาตรการเข้มเกือบเต็มที่แล้ว

"อนุทิน" ยืนยันรัฐบาลใช้มาตรการเข้มเกือบเต็มที่แล้ว ชี้กฎหมายไม่อาจสู้ความร่วมมือของทุกคนได้ ย้ำประชาชนให้เว้นระยะห่างทางสังคม ส่วนคนที่จำเป็นต้องเดินทางก็ขอให้มีความรับผิดชอบ พร้อมระบุไม่มีอำนาจในการประกาศเคอร์ฟิว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากได้เข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ตนมาพบนายกรัฐมนตรีเพื่อรายงานผลการชุมร่วมกับคณบดีแพทยศาสตร์เมื่อวานนี้


เนื่องจากตอนนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีไม่กี่แห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลที่ขึ้นกับคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงได้มีการเชิญคณบดีคณแพทยศาสตร์จากทุกมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมหารือ ว่า จะมีการร่วมมือกันทำงานอย่างไร จะให้กระทรวงสาธารณสุขให้การสนับสนุนอย่างไรบ้าง เป็นไปด้วยดี ให้กรมการแพทย์เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับคณะแพทยศาสตร์ทุกคณะในกรุงเทพมหานครเพื่อที่จะได้รับผู้ป่วย รวมถึงการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ให้

ทั้งนี้ นายอนุทิน บอกว่า ขณะนี้มาตรการใหญ่ๆรัฐบาลก็ใช้ไปเกือบเต็มที่แล้ว ซึ่งต่อให้เป็นกฎหมายก็ไม่อาจสู้ความร่วมมือจากทุกคนได้ โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม และหากไม่จำเป็นช่วงนี้ไม่ควรไปพบเจอกัน ให้อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ งดสังสรรค์ในช่วงนี้ เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกก็ได้กำชับกับตนว่าให้ประชาชนเว้นระยะทางสังคม ดูแลตัวเองให้ดี เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันการแพร่กระจายได้ดีที่สุดกว่าทุกมาตรการ

ส่วนกรณีที่มีการขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทาง แต่ยังคงมีบางส่วนที่เดินทางออกต่างจังหวัดนั้น นายอนุทิน บอกว่า หากเราเข้าใจว่าทำไมถึงออกมาตรการแบบนี้มา หากทุกคนอยู่นิ่งได้ใน 14 วัน โรคนี้ก็จะไม่มีการกระจาย และก็จะพบแต่ผู้ป่วย แล้วก็ไปรักษาเฉพาะผู้ป่วย แต่หากยังไปกันอีกทั้งที่สภาพตัวเองไม่พร้อม อย่างเช่นตน หากไปที่ใดแล้วไม่มีใครมาวัดไข้ตนจะไม่เข้าตึก ต้องขอให้เขามาวัดไข้ก่อนทุกครั้ง และจะต้องมีหน้ากากอนามัยหากต้องนั่งร่วมอยู่ด้วยเป็นเวลานาน

ส่วนจะต้องส่งบุคลากรและอุปกรณ์เครื่องมือไปสนับสนุนหรือไม่นั้น ขณะนี้ทาง บขส.เองก็มีมาตรการของอยู่แล้ว แต่ที่ดีที่สุดหากไม่จำเป็นต้องเดินทางก็อยู่ในที่ตั้งให้ดีที่สุด แต่ที่ให้หยุดไม่ใช่ว่าต้องหยุดทุกอย่าง คนที่ยังทำงานได้ คนที่ใช้แรงงานตามไซต์งานก่อสร้าง ตามบริษัทต่างๆ ก็ยังสามารถทำงานได้ จะมีบางส่วนที่ต้องพักบ้างก็อาจจะใช้เวลาในการทำความสะอาดบ้านเรือนตัวเอง ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต แต่หากจำเป็นต้องกลับบ้านจริงๆ ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว ทุกคนมีอิสระเสรี แต่ต้องเดินทางไปไหนด้วยความสำนึกรับผิดชอบให้มากที่สุด แต่หากเป็นไปได้ต้องเว้นระยะห่างและเมื่อกลับไปถึงภูมิลำเนาก็ให้กักตัวเอง เพราะจะให้ออกกฎหมายห้ามคนเดิน ห้ามคนกิน มันไม่มี ต้องเป็นความร่วมมือ เป็นสำนึกของประชาชนที่จะต้องมอบให้กับบ้านเมืองในช่วงที่มีวิกฤติ

ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการประกาศเคอร์ฟิวส์นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า จากการที่ได้หารือกับอธิบดีกรมควบคุมโรคและภายใต้ พรบ.โรคติดต่อนั้น ทำได้แค่ออกมาตรการและให้คำแนะนำ ว่าประชาชนควรจะทำอย่างไร ไม่สามารถบังคับอะไรได้มาก ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้คำว่าความร่วมมือ ความเข้าใจ และความรักตัวเอง เพราะโรคติดต่อจะติดต่อไม่ได้หากไม่มีการติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน ไม่เจอกันในระยะใกล้ชิด คนที่มีอาการต้องไม่ติดต่อใครเลย ต้องไปหาหมออย่างเดียว หรืออาการไม่รุนแรงอยู่กับบ้านให้มากที่สุด อยู่ห่างคนอื่น แยกตัวออกมา แต่ก็ยังดูโทรทัศน์ได้ กินข้าวได้ตามปกติ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์