ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

หมอแล็บ เตือน! อย่ากินค้างคาว

3.3K 50
หมอแล็บ เตือน! อย่ากินค้างคาว

ไวรัสโคโรน่า หรือที่เรียกกันตามสถานที่เกิดระบาด คือ "ไวรัสอู่ฮั่น" ตัวใหม่นี้เชื่อกันว่ามีต้นตอการระบาดมาจาก "ตลาดขายของป่า" แห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลายฝ่ายกังวลว่าลักษณะการระบาด อาจจะคล้ายกับโรคซาร์ส ที่เกิดเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว

ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดขยับไปเป็น 17 รายแล้ว หรือเกือบ 2 เท่าของตัวเลขก่อนหน้านี้ คือ 9 ราย โดยทั้งหมดอยู่ในมณฑลหูเป่ย ซึ่งเมืองอู่ฮั่นตั้งอยู่ ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่ได้รับการยืนยันอยู่ที่มากกว่า 552 คน ในส่วนของจีนมีอยู่ 541 คน ในฮ่องกงก็มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ 2 รายแรก ซึ่งถือว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากไทยที่พบ 4 คน ในส่วนที่นอกเหนือจากจีนแผ่นดินใหญ่ 

ล่าสุดทางเพจ หมอแล็บ โดยทางเพจได้เกี่ยวอธิบายเรื่องนี้ว่า.........


หลายคนอาจจะแย้งว่า มาเตือนทำไมว้า ใครจะบ้าไปกินค้างคาว 5555555ไม่ใช่แค่คนจีนนะครับ คนไทยก็กิน เคยเป็นข่าวเมื่อ 3 ปีก่อน ชาวบ้านเอาค้างคาวมากินเพราะเชื่อว่าจะแก้หนาวได้

ใครบอกว่าความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล ความเชื่อไม่ทำร้ายใคร ตอนนี้ทำร้ายคนอื่นแล้วนะครับ มีการติดโรคและแพร่เชื้อ ตายประมาณ 17 คน ล่าสุดมาถึงนครปฐมแล้ว

ผมกำลังพูดถึงไวรัสสายพันธุ์ใหม่อู่ฮั่นนี่แหละ นักวิชาการเค้าสงสัยว่าจะมาจากค้างคาวมากที่สุด เพราะดีเอ็นเอมันเหมือนกับโคโรน่าไวรัสจากค้างคาวที่เคยเจอถึง 87%

มีงานวิจัยยืนยันว่าตรวจเจอไวรัสมากกว่า 60 ชนิด จากค้างคาวทั่วโลก ซึ่งหลายชนิดทำให้เกิดโรคในคนได้ด้วยครับเช่น ไวรัสตระกูลโรคพิษสุนัขบ้า ไวรัสอีโบล่า ( Ebola ) ไวรัสซาร์ ( SARS ) ไวรัสนิปาห์ ( Nipah) และล่าสุด ไวรัสสายพันธุ์ใหม่อู่ฮั่นก็น่าสงสัยว่ามาจากค้างคาว

เพราะเมื่อค้างคาวติดเชื้อไวรัส มันอาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลย หรือมันป่วยนั่นแหละ แต่มันไม่บอกเรา 555555ไวรัสบางชนิดทำให้ค้างคาวป่วยหนักจนตาย แต่บางตัวก็หายเอง และยังคงแพร่เชื้อต่อไปได้

การปรุงสุกอาจจะช่วยฆ่าเชื้อไวรัสได้ แต่อย่าลืมนะครับ เรามีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่การจับค้างคาวและการชำแหละ เพราะเชื้อไวรัสจะมีการสะสมอยู่ทั้งในเลือด น้ำลาย และเครื่องในเหมือนเราไปคลุกคลีกับคนเป็นหวัดนั่นแหละ มีโอกาสติดเชื้อโดยที่ยังไม่ทันได้กินเลย

ตอนนี้ค้างคาวมีการนิยมเอามากินแถวๆในภาคใต้ของจีน นอกจากชาวจีนก็มีคนบางกลุ่มในอาเซียนเราที่ยังนิยมกินเนื้อค้างคาวในฐานะอาหารเปิบพิสดาร

ชาวจีนหลายคนเชื้อว่าการกินเนื้อคางคาวช่วยรักษาอาการโรคหืด โรคไต และอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ที่ไหนได้ มันกลับกลายเป็นตัวการของโรคทางเดินทางใจเฉียบพลันรุนแรง นอกจากนั้นยังเอาขี้ค้างคาวมาทำยาแผนโบราณอีกต่างหาก

บางคนก็เชื่อว่าเลือดของค้างคาวช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ และไขมันที่สะสมอยู่ในตัวค้างคาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นแก้หนาวได้ 55555 อันนี้ฮาดี หนาวก็ห่มผ้าสิคร้าบบบบ

แต่สุดท้าย นอกจากจะไม่ช่วยรักษาโรค ยังกลายเป็นติดเชื้อไวรัสกันทั่วโลก ติดต่อจากคนสู่คน แถมเชื้อยังกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ

ดังนั้นใครที่เคยกินค้างคาว ถ้าป่วย เป็นไข้ ควรแจ้งแพทย์ด้วยว่า "ผมกินค้างคาวมาค้าบ" เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยโรค และก็อย่าไปกินอะไรแปลกๆอีกล่ะครับ ขอร้อง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend