สำหรับการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลด้วยรอยนิ้วมือนั้นยังมีจุดด้อยเช่น การอำพรางตัวของคนร้ายที่สวมถุงมือ หรือแม้จะไม่สวมถุงมือ ก็อาจมีโอกาสที่รอยนิ้วมือจะมีรอยเปื้อนหรือมองไม่ชัด จนถึงความพยายามลบร่องรอยหลักฐาน จนไม่สามารถตรวจหาตัวผู้กระทำผิดก็ได้ ยิ่งโดยเฉพาะเคสโจรชิงทอง ที่จังหวัดลพบุรี นี้ อย่างที่เห็นกันในภาพวงจรปิด ว่า คนร้ายแต่งตัวมิดชิด ไม่ปรากฏรอยนิ้วมือให้เห็นเลย
แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของ "นิติวิทยาศาสตร์" ออกมาได้ เพราะสิ่งที่มัดตัวแน่นหนา กลับเป็น "เหงื่อ" ที่หยดลงบนตู้กระจกตอนคนร้ายทุบตู้เพื่อเอาทองออกมานั่นเอง
จากบทความ "เหงื่อ หลักฐานใหม่ในการพิสูจน์บุคคล" โดย พรรณพร กะตะจิตต์ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ "ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท." ได้ให้ข้อมูลไว้เกี่ยวกับการใช้ "เหงื่อ" มาเป็นเครื่องมือพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในคดีอาชญากรรมว่า เพิ่งถูกนำมาใช้ไม่นานมานี้ หลังจากใช้รอยนิ้วมือกันมานานกว่าศตวรรษ