ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563.

ก๊วนทรชนรุมขืนใจด.ญ.14 หนีคดี 15 ปีจนมุมสืบนครบาลตามรวบคาอพาร์ทเม้นต์

1.9K 28
ก๊วนทรชนรุมขืนใจด.ญ.14 หนีคดี 15 ปีจนมุมสืบนครบาลตามรวบคาอพาร์ทเม้นต์

ตำรวจสืบสวนนครบาลตามจับผู้ต้องหารุมข่มขืนเด็กหญิงวัย14คาศาลาริมน้ำ วัดดังย่านฝั่งธน หลังก่อเหตุถูกจับประกันตัวหนีศาล กบดานเรือประมง 15 ปี ย้อนเข้ากรุงเทพฯ จนมุมตำรวจ รับเลี่ยงทำธุรกรรมเกรงถูกจับกุม

เมื่อกลางดึก พลตำรวจตรี สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล พันตำรวจเอกนพศิลป์  พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล พันตำรวจเอก อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 3 พันตำรวจโท อภิศาล แก้วดู สารวัตรสืบสวนสอบสวน 3 ร้อยตำรวจเอก สุไพสิทธิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รอง สารวัตรสืบสวนสอบสวน 3 ได้ร่วมกันจับกุมนายอานนท์ หรือตี๋ เสนีนพ อายุประมาณ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 798/2548 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548 โดยสามารถจับกุมได้บริเวณลานจอดรถ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในซอยสุพาพงษ์ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ


สืบเนื่องจากเมื่อปี2548 ผู้ต้องกาได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 ราย ชักชวนเด็กหญิงวัย 14 ปี มาเสพยาเสพติดบริเวณศาลาริมน้ำ ภายในวัดแห่งหนึ่งย่านจอมทอง เมื่อเมาได้ที่จึงพากันลงมือข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงรายดังกล่าว จากนั้นทางตำรวจสามารถจับกุมได้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ต่อมาทางนายอานนท์ได้ทำการประกันตัวออกมา แล้วไม่ได้ไปรายงานตามกำหนด และได้ทำการหลบหนีไป กว่า 15 ปี กระทั่งทางตำรวจ สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้มาทำงานเป็นช่างทาสีอยู่ย่านถนนศรีนครินทร์ และกบดานอยู่อพาทเม้นแห่งหนึ่ง ถนนศรีนครินทร์ จึงเดินทางไปเฝ้าสังเกตุการณ์ กระทั่งพบเจ้าตัวพยายามจะหลบหนี ทางตำรวจจึงทำการจับกุมไว้ได้ ก่อนควบคุมตัวสอบสวน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล

สอบสวน นายอานนท์ ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าหลังถูกจับกุมครั้งก่อน และทำการประกันตัวได้ทำการหลบหนีไปยังเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และประกอบอาชีพประมง ออกเรือไปยังต่างประเทศ เป็นเวลาหลายปี ก่อนกลับมายังประเทศไทย จากนั้นได้ย้อนมาประกอบอาชีพช่างรับจ้างทาสีที่กรุงเทพฯ โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนบุคคลแต่อย่างใด เพื่อให้ยากต่อการติดตามของตำรวจ แต่สุดท้ายก็ไม้พ้นสายตาเจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับเจ้าตัวมีคดีลักทรัพย์ ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางมด ติดตัวด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหา "ความผิดเกี่ยวกับเพศ (กระทำชำเรา) ,ความผิดต่อเสรีภาพ หลบหนีไม่ไปศาล " ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เรื่องโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์ | ภาพโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์