ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

รวบสาวไทยส่งไอซ์คาสนามบิน

710 13

ตำรวจ 191 รวบ3ชาวไทยลอบขนยาเสพติดขณะเตรียมขึ้นเครื่องส่งออกต่างประเทศ ของกลางไอซ์ 1 กิโลกรัม ยัดปลากระป๋องห่อกระดาษก๊อบปี้หวังตบตาเจ้าหน้าที่ เผยผู้ว่าจ้างเป็นหญิงไทยในต่างประเทศ เคยทำมาแล้ว 2 ครั้ง เตรียมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ

วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่อาคารห้องประชุมกองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ถนนวิภาวดี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศ์สมาน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยตำรวจงานสายตรวจ 3 กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ แถลงผลการจับนางสาวภัทราภรณ์หรือใหม่ สาวะโชติ อายุ 33 ปี นายมนัญชัย หรือ หมอก โชติธนาวิวัฒน์ อายุ 43 ปี และนางมณีพลอยไพริน หรือนา โชติธนาวิวัฒน์ อายุ 44 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจ.บุรีรัมย์ สัญชาติไทย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม รวมมูลค่าประมาณ 800,000 บาท พบในกระเป๋าเดินทางใบที่ผู้ต้องหานำไปขึ้นเครื่อง บรรจุในถุงพลาสติกใส หุ้มด้วยกระดาษ ก๊อบปี้สีน้ำเงิน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋องปลากระป๋อง จำนวน 10 กระป๋อง โดยจับกุมได้ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง 222 ถนนวิภาวดี แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ของภาครัฐปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในสังคมปัจจุบันได้สร้างผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ โดยก่อนเกิดเหตุตำรวจงานสายตรวจ3 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีผ่านทางเพจ "นักสืบพระนคร" ว่ามีหญิงไทย มีพฤติการณ์ในการส่งยาเสพติดออกนอกประเทศ จึงได้สืบสวนหาข่าว จนทราบว่าหญิงดังกล่าวชื่อนางสาวภัทราภรณ์ มีพฤติการณ์ในการส่งยาเสพติดไปต่างประเทศจริง กระทั่งวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 พบเห็นนางสาวภัทราภรณ์ออกจากวุฒากาศ 43 และไปพบกับนายมนัญชัย ที่ห้องพักรายวันย่านห้วยขวาง

ต่อมาได้ออกเดินทางไปสนามบินดอนเมือง ตำรวจจึงได้ติดตามประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปส., ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่การท่าฯ เฝ้าดูพฤติการณ์ เมื่อผู้ต้องหาเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสาร สนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นกระเป๋า และได้เชิญนายมนัญชัย และนางมณีพลอยไพริน ไปตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋องปลากระป๋อง จำนวน 10 กระป๋อง บรรจุในถุงพลาสติกใส หุ้มด้วยกระดาษก๊อบปี้สีน้ำเงิน เพราะเชื่อว่าจะปิดบังยาเสพติด ที่ซ่อนไว้ภายในกระเป๋าเดินทางใบที่ผู้ต้องหานำไปขึ้นเครื่อง น้ำหนักยาไอซ์รวมจำนวน 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ มูลค่าไอซ์ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท แต่หากไอซ์ล็อตนี้หลุดไปยังประเทศปลายทางได้จะมีมูลค่าสูงขึ้นกว่า 20 เท่า อย่างไรก็ตามการพยายามลักลอบส่งออกยาเสพติดไปต่างแดนมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า จะนำยาเสพติดส่งออกไปนอกประเทศจริง โดยได้รับการว่าจ้างจากหญิงไทยที่อาศัยต่างประเทศ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ นายมนัญชัย ทำหน้าที่ไปรับยาเสพติดจากผู้ร่วมขบวนการคนหนึ่งที่ย่านห้วยขวาง ก่อนจะนำยาเสพติดมาเก็บไว้ที่โรงแรม แล้วนัดหมายให้น.ส.ภัทราภรณ์ มารับยาเสพติด จากนั้น เดินทางไปที่สนามบิน เมื่อน.ส.ภัทราภรณ์ขึ้นเครื่องบินแล้ว จะแจ้งให้หญิงไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้ทราบ เมื่อส่งยาเสพติดได้เรียบร้อยแล้ว จะมีการโอนเงินจำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชีของนางมณีพลอยไพริน ส่วนนายมนัญชัย ได้ค่าจ้าง 20,000 บาท น.ส.ภัทราภรณ์ ได้ค่าจ้าง 50,000 บาท ทำลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้งรวมครั้งนี้ โดยครั้งแรกนำยาเสพติดบรรจุในปลากระป๋องไปส่ง จำนวน 5 กระป๋อง

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออก ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่ายาเสพติด(ไอซ์) หากหลุดไปประเทศปลายทางในแถบเอเชียโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น จะมีมูลค่าสูงขึ้น 20 เท่าจากราคาที่ขายในประเทศไทย โดยราคาขายในประเทศไทยกรัมละ 800 บาท

เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย กรกมล อักษรเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend