ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

ปปง. ตรวจทรัพย์สินที่ยึดจากสยามอินดิก้า หลังโยงขายข้าวจีทูจี

1.19K 67
ปปง. ตรวจทรัพย์สินที่ยึดจากสยามอินดิก้า หลังโยงขายข้าวจีทูจี

ปปง. พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.ป่าโมก ลงพื้นที่อ่างทอง ตรวจสอบทรัพย์สินที่ยึดจากสยามอินดิก้า หลังโยงขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสยุคสมัยของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"

วันนี้ (31 ต.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ปปง. เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง ตำรวจ สภ.ป่าโมก เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สินที่โดนยึดหลังตรวจสอบว่าบริษัท สยามอินดิก้า มีส่วนเกี่ยวข้องธุรกิจการระบายข้าว (จีทูจี)

โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 59 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง. , นายวิทยา นีติธรรม ผอ.กองกฎหมาย สำนักงาน ปปง. , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมแถลงข่าวคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจ ทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่คคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายบุญทรง กับพวกรวม 21 คน กระทำความผิดด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยช่วยเหลือมุ่งหมาย และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทและไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอรายอื่น แล้วนำข้าวที่ซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายในประเทศหรือต่ำกว่าราคาที่รับจำนำ นำไปขายต่อให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กรมการค้าต่างประเทศ และประเทศชาติ คิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542


จากการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบธุรกรรมการทางการเงินดังกล่าวพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าว มีพฤติการณ์ทุจริตโดยการปลอมสัญญาให้ดูเสมือนมีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจริง รวมถึงการตรวจพบการได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดกับการทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้ง กลุ่มบริษัทสยามอินดิก้า, บริษัท สิราลัย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทคีรา) และ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ นายอภิชาติ จันทร์ สกุลพร (เสี่ยเปียง) โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทและบุคคลดังกล่าว ซึ่งเป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวน 51 บัญชี มูลค่า ประมาณ 921 ล้านบาท และที่ดินใน กทม. ลำพูน ภูเก็ต พังงาพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง จำนวน 611 รายการ มูลค่าประมาณ 5,970 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 662 รายการ มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีสิ่งใดสูญหาย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์