ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"โรคภูมิแพ้" หายไม่ขาด แต่รักษาให้ดีได้

931 21
โรคภูมิแพ้ หายไม่ขาด แต่รักษาให้ดีได้

ในปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ เป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แม้หลาย ๆ คนคิดว่าโรคนี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรมองข้ามโรคภูมิแพ้เด็ดขาด อ.พญ.นวรัตน์ อภิรักษ์กิตติกุล ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นจากเดิมมากอย่างน้อยๆ 3-4 เท่า สาเหตุที่สำคัญส่วนใหญ่มาจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป อากาศแปรปรวน ฝุ่นควัน การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง และในเรื่องของพันธุกรรม อีกอย่างหนึ่งคือวิวัฒนาการการแพทย์ดีขึ้น คนมาพบแพทย์ได้ง่ายจึงทำให้เราตรวจพบโรคภูมิแพ้ได้มากขึ้น โรคภูมิแพ้นั้นรักษาไม่หายขาด แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

โรคภูมิแพ้เกิดจากอะไร

1. กรรมพันธุ์ หากในครอบครัวมีคนเป็นภูมิแพ้ 2 ใน 4 คน นั่นหมายความว่า อัตราเสี่ยงของรุ่นต่อไปก็จะมีเพิ่มขึ้น ยิ่งหากพ่อหรือแม่เป็น ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นไปด้วย โดยพบว่า หากพ่อหรือแม่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเช่นกัน โดยมีโอกาสเป็นประมาณ 30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งพ่อและแม่ ลูกที่เกิดมาก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้นประมาณ 50 - 70% ในขณะที่เด็กที่พ่อแม่ที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะมีโอกาสเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น และเด็กผู้ชายจะเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิง 

2. สิ่งแวดล้อม สารก่อภูมิแพ้มักเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คนเราเป็นภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการสูดดม การรับประทาน หรือการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น การทำงานบ้านที่ต้องเจอกับฝุ่น การออกไปนอกบ้านที่ต้องเจอกับควันและมลพิษ การแพ้ขนแมวหรือขนสุนัข ล้วนแต่เป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้น ซึ่งสารก่อภูมิแพ้บางอย่างก็สังเกตได้ง่าย เช่น อาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่มีคนแพ้มากที่สุด คนที่แพ้อาจมีผื่นลมพิษขึ้นทันทีภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น นอกจากสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวกระตุ้นแล้ว ยังอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยที่ทำให้อาการภูมิกำเริบหรือเป็นรุนแรงขึ้นได้ เช่น อากาศที่หนาวเย็นจนเกินไป อากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ความเครียด เป็นต้น

ภูมิแพ้หลักๆ แบ่งออกเป็น 5 ระบบ

1. ภูมิแพ้ตา(Eye Allergy) มีอาการคันตา น้ำตาไหล ขยี้ตาตลอดเวลา

2. โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ(Asthma) ได้แก่ โรคหืด

3. โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง(Allergic Skin Disease) ได้แก่ ลมพิษ

4. โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคแพ้อากาศ(Allergic Rhinitis) ได้แก่ อาการคัดจาม น้ำมูกไหล

5. โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงที่มีอาการหลายระบบ(Anaphylaxis) คือ เป็นหลายๆ ระบบรวมกัน หรืออาการแพ้ยา

ปัจจุบันเราสามารถทดสอบภูมิแพ้ได้โดยการ ทดสอบทางผิวหนัง การทดสอบจากผลเลือด การทดสอบทางผิวหนังนั้นแพทย์จะใช้เข็มสะกิดเล็กๆ และนำสารที่คนส่วนใหญ่แพ้มาทดสอบตรงบริเวณนั้นดู และดูเทียบกับสารที่เป็นน้ำเกลือ ก็จะทราบได้ว่าเราแพ้อะไรบ้าง ส่วนการเจาะเลือดก็นำไปตรวจว่าสัมพันธ์กับโรคอะไรบ้างได้เหมือนกัน

การทดสอบภูมิแพ้แบบนี้จำเป็นหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าสามารถทำได้ แต่แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาด้วยยาหรือการป้องกันก่อนเป็นอย่างแรก แต่หากคนไข้ไม่ตอบสนองเท่าที่ควรแพทย์ก็จะใช้วิธีการทดสอบวินิจฉัยนี้ในการรักษาโรคภูมิแพ้ต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend