ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กระบวนการยุติธรรม เน้นทำงานเชิงรุก

919 4
กระบวนการยุติธรรม เน้นทำงานเชิงรุก

กระทรวงยุติธรรม โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จัดสัมมนาเครือข่ายนิติวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ "สมศักดิ์" ย้ำ กระบวนการยุติธรรม เน้นทำงานเชิงรุก

วันอังคารที่ 24 กันยายน 2562 เวลา 08.30 น. ณ ห้อง Magic 2 ชั้น 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นกรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเครือข่ายนิติวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (Thailand Forensic Sciences Network) เพื่อกำหนดแนวทางมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย และยกระดับมาตรฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาการตรวจพิสูจน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านนิติวิทยาศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย และนำไปสู่การเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างประเทศ โดยมี นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้ดำเนินงานสอดประสานกันอย่างเป็นองคาพยพ เพื่อให้สามารถจัดการกับข้อขัดแย้ง และกรณีพิพาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทำงานเชิงรุก รวมทั้งพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างเป็นธรรม เสมอภาค โปร่งใส รวดเร็ว ทั่วถึง และปราศจากการเลือกปฏิบัติ สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เกิดความเสมอภาคและเท่าเทียม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายที่จำเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวกและรวดเร็ว

.

การจัดโครงการสัมมนาเครือข่ายนิติวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยถือได้ว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล กล่าวคือ ในปัจจุบันกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ นอกจากจะนำมาใช้สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนในคดีอาญาและคดีความมั่นคงแล้ว ยังถูกนำมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมด้านสังคม อาทิ การพิสูจน์สัญชาติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และคืนสิทธิขั้นพื้นฐานความเป็นพลเมืองของรัฐให้กับประชาชนชายขอบ การตรวจสารเสพติดในเส้นผม เพื่อป้องกันการกลับมาเสพติดซ้ำ การตรวจสารพันธุกรรมผู้ต้องขัง เพื่อป้องปรามการกลับมากระทำผิดซ้ำ การตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนในกัญชาเพื่อนำมาใช้ในทางการแพทย์ และได้ขยายขอบข่ายรวมไปถึงการใช้นิติวิทยาศาสตร์ในคดีสิ่งแวดล้อม เช่น การตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และพื้นที่ทางการเกษตร การตรวจพิสูจน์ซากสัตว์ป่าสงวน เป็นต้น

ทั้งนี้ ด้วยขอบข่ายงานที่ขยายมากขึ้น ประกอบกับองค์ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานเครือข่ายที่ปฏิบัติหน้าที่คล้ายคลึงกัน หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน จึงเป็นการช่วยพัฒนาผู้ปฏิบัติงานและองค์กร เพื่อนำไปสู่แนวทางการตรวจพิสูจน์ที่ทันสมัย และมีแนวปฏิบัติเดียวกันทั้งประเทศตามหลักมาตรฐานสากล การสร้างเครือข่าย การประสานงานไปจนถึงการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญเมื่อพิจารณาลักษณะงานที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงเครือข่ายได้ดำเนินการอยู่ และจะต้องพัฒนาต่อไปในอนาคตนั้น จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเข้าสู่การเป็นวิชาชีพสาขานิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นวิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีมาตรฐาน คุณวุฒิ ความรู้ความสามารถ และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน สอดคล้องกับหลักนิติธรรม และเป็นการยกระดับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ


เรื่องโดย Nationtv​ | ภาพโดย Nationtv​
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend