แฟนเบลเริ่มสงสัยและผิดสังเกตุว่า 'เบล' ขาดการติดต่อนานเกินไปจึงทักหาผม ผมจึงได้แชร์โลเคชั่นและให้เขามาหา ทั้งจอยและพี่ย้งมาถึงประมาณ 5 ทุ่ม ก็ช่วยกันหารอบๆ แต่ก็ไม่เจอวี่แววจึงนั่งรอ
01.00 น.คนจ้างได้นำมือถือมาให้คุยปลายสายคือผู้ชายคนนั้นและน้ำเสียงเขาเหมือนรีบๆ รนๆ ว่าให้มารับ 'เบล' ด่วน 'เบล' ตัวเย็นแต่เอาน้ำลูบให้แล้ว พวกเราก็ดีใจโล่งอกคิดว่า 'เบล' ปลอดภัยแล้วจึงได้ขับรถไป 3 คันกะว่าเจอแล้วจะแยกย้ายกันไปเลย พอไปถึงก็ได้โทรหาผู้ชายคนนั้นเขาบอกว่าขึ้นมารับได้มั้ยเราเลยตอบไปว่าไม่อยากขึ้น เขาเลยบอกว่าโอเค เดี๋ยวแบกลงมาเพราะปลุกเท่าไหร่เบลก็ไม่ตื่น01.40 น. ผู้ชายคนนี้บอกว่าลงมาส่ง 'เบล' ไว้แล้วนะแต่มันขึ้นไปแล้ว เรามองผ่านเข้าไปเห็น 'เบล' ก็โล่งใจ แต่ประตูต้องใช้คีย์การ์ด เราเลยโทรไปอีกรอบมันตอบเราว่ารอไปก่อนเดี๋ยวมีคนเข้าออกแล้วเราค่อยเข้าไป เราจึงให้ยามเปิดให้จากข้างใน แฟนเราเดินเข้าไปหาเบลเป็นคนแรกพร้อมกับพี่ย้ง (แฟนเบล)
พอเดินเข้าไปเห็นเบลตัวซีดมากๆ พอจับตัว 'เบล' ตัวเย็นและเนื้อแข็งมากแฟนเราตกใจรีบเอามือแตะที่จมูก ปรากฎว่าเบลไม่หายใจแล้ว แฟนเรากับพี่ย้งสติหลุดไปพักนึงเลย เราเลยบอกว่าฝนโทร 191 เดี๋ยวพี่โทรหาที่บ้านเบลเอง
เราโทรหามันอีกสาย เว้นจากสายนั้นแค่ 5 นาทีแต่มันก็ไมรับแล้ว สุดท้ายตำรวจได้ไปเคาะห้องมันแต่มันไม่ยอมเปิดเลยโทรเรียกช่างสะเดาะกุญแจกว่าจะเปิดห้องมันได้
04.30 น. เข้าไปในห้องมันนอนเปิดแอร์ฟังเพลงหลับสบายใจเลย ซึ่งเราเป็นคนเดียวที่นอกจากตำรวจที่ได้ขึ้นไปเพราะตำรวจกะเอาเป็นพยานเพราะเรารู้เหตุการณ์ ตั้งแต่แรกจนจบ พอลงมาจากชั้น 6 เราอยู่ในลิฟท์กับมันอยากจะชกหน้ามันแรงๆ สักทีแต่ตำรวจคอยกันอยู่เราเลยถามว่า มึงรู้มั้ยว่ามึงอุ้มน้องกูลงมาอะมันตายแล้ว มันตอบหน้านิ่งๆ น้ำเสียงเฉยว่า เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังที่โรงพักทีเดียวจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปที่โรงพัก