ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"หมอเหวง" โพสต์ ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับนายกฯ จะด้อยค่าตัวเองลง

5.4K 20
หมอเหวง โพสต์ ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับนายกฯ จะด้อยค่าตัวเองลง

แสบสัน! "บิ๊กตู่" ย้อน นปช. หลังศาลยกฟ้อง 24 นปช.คคีก่อการร้าย ด้วยประโยคเด็ด "ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม"

วานนี้ (14 ส.ค. ) นับเป็นวันประวัติศาสตร์วันหนึ่งได้เช่นกัน เพราะเป็นวันนัดตัดสินคดีอาญาสำคัญ คือ คดี 24 แกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีก่อการร้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2553 โดยมีเป้าหมายเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ เหตุการณ์ความไม่สงบในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพและมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน

สำหรับแกนนำ นปช. คนสำคัญที่ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , นพ.เหวง โตจิราการ , นายก่อแก้ว พิกุลทอง

นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา , นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก , นายนิสิต สินธุไพร ,นายการุณ หรือเก่ง โหสกุล , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท , นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ อดีตคนสนิท เสธ.แดง เป็นต้น

โดนฟ้องถึง 6 ข้อหา แต่ที่หนักสุด ก็คือ ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย โทษหนักสุดถึงประหารชีวิต

ที่ผ่านมา จำเลยที่มีทั้งหมด 24 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและนำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีตลอด ใช้เวลาพิจารณาพยานหลักฐานและสืบพยานบุคคล มานานร่วม 9 ปี

ก่อนคำพิพากษาจะออกมา แกนนำ นปช. ก็ออกอาการเสียวสันหลังให้เห็นเหมือนกัน เห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ของ "จตุพร พรหมพันธุ์" ที่ว่า วันนี้เดินทางมาด้วยหัวใจ ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็พร้อมน้อมรับ การก่อการร้าย โทษคือการประหารชีวิต ไม่มีโทษอย่างอื่น มีเพียงตายกับไม่ตาย ซึ่งเป็นโลกแห่งความเป็นจริง "ตอนนี้เป็นขั้นตอนการเตรียมหัวใจ และมีสติพร้อมน้อมรับชะตากรรม"

แต่สุดท้ายศาลอาญาก็ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีพยานใดยืนยันว่าการกระทำตามที่โจทก์นั้น นปช.คนใด ดำเนินการอย่างไรที่จะเข้าข่ายเป็นความผิดก่อการร้าย ที่จะมีเจตนาพิเศษถึงขนาดเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ที่สำคัญจำเลยนำสืบฟังได้ว่า เป็นการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีเกิดความขัดแย้งของการเมืองไทยมีมาตั้งแต่ก่อนปี 2548 ในช่วงของ รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และก่อนหน้านี้ก็เคยมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ดำเนินการลักษณะของการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองลักษณะคล้ายกัน และการชุมนุมของ นปช. ก็ได้ประกาศเปิดเผยโดยชัดเจนมาตลอดว่าได้ดำเนินการรวมตัวกันโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธ

สรุปใจความสำคัญสั้นๆ ก็คือที่ศาลยกฟ้อง เพราะเห็นว่า "เป็นการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่เป็นการก่อการร้าย"

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ให้สัมภาษณ์หลังศาลยกฟ้อง ว่า การสู้คดีเราก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงต่างๆ แสดงต่อศาลอย่างครบถ้วน หลายประเด็นปรากฏชัดในขั้นตอนพิจารณาคดีว่ารัฐบาลขณะนั้นจงใจที่จะสร้างข้อมูลหลักฐานที่ผ่านการปรุงแต่ง เพื่อให้ฝ่ายจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งแกนนำ นปช.ได้แสดงหลักฐานต่อศาล ขณะเดียวกันฝ่ายพยานโจทก์ขึ้นเบิกความก็พบว่ายังไม่ได้ระบุตัวตนของคนกระทำความผิด ส่วนใหญ่เป็นการให้ปากคำในภาพรวมของสถานการณ์ความเคลื่อนไหว ซึ่งกระบวนการพิจารณาคดีหรือคำพิพากษาจะออกมาอย่างไรก็เคารพน้อมรับ เพราะตลอดเวลาที่ออกมาต่อสู้ทางการเมือง พวกตนก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด

"สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ สำหรับผมคิดว่าเป็นความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ ถ้าผมสามารถจะส่งข้อความนี้ถึงคนที่บาดเจ็บล้มตายในเหตุการณ์ดังกล่าว ก็อยากจะบอกว่าพี่ เพื่อนและน้องครับ วันนี้ศาลท่านชี้แล้วว่าพวกเราไม่ใช่ขบวนการก่อการร้าย วันนี้ศาลท่านชี้แล้ว ความสูญเสีย เลือดของพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคน ไม่ได้เป็นเพราะพี่น้องเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ถูกเขายิงจนเจ็บจนตาย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องหลักการประชาธิปไตย ภายใต้ข้อเรียกร้องในสถานการณ์นั้น ก็คือการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่"

แล้วก็เป็นเรื่องจนได้..เมื่อนักข่าวนำเรื่องที่ศาลยกฟ้องแกนนำ นปช. ไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่าจะเป็นมาตรฐานให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของการเป็นมาตรฐาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากันตามวัตถุพยาน พยานบุคคล ที่สอดคล้องกัน ถ้าหากพยานหลักฐานไม่สมบูรณ์ การยกฟ้องก็เป็นเรื่องธรรมดา

แล้ว "บิ๊กตู่ " ก็ย้อนกลับไปยัง นปช. อย่างแสบสัน ว่า "ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที"

หากมองย้อนกลับไปดูสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูด ก็จะเห็นว่าเป็นจริง ...

ในปี 2556 นายสมหวัง อัสราษี รองประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึง เหตุการณ์คนเสื้อแดงขู่จะนำมวลชนคนเสื้อแดงปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นสิทธิของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะแสดงออกในฐานะประชาชนที่จะทวงถามความเป็นธรรม และความยุติธรรมจากศาลรัฐธรรมนูญที่พวกเขาเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจโดยมิชอบ ก้าวก่ายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ และวันนี้ทางพรรคเพื่อไทยก็มีท่าทีไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

"ศาลรัฐธรรมนูญคือตัวปัญหาและเป็นอุปสรรคของระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่จะต้องกำจัดคนพวกนี้ไห้พ้นจากเส้นทางประชาธิปไตยเสียทีทนกันมานานแล้ว และเชื่อว่าวันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติในสภาเขาเดินหน้าชนกับศาลรัฐธรรมนูญแบบถึงไหนถึงกัน พวกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลัวเสียอำนาจก็ต้องแสดงอำนาจเพื่อให้อำนาจตัวเองคงอยู่"นายสมหวัง กล่าว

อีกคนก็ไม่ใช่ใครอื่น "ทักษิณ ชินวัตร " นายใหญ่เสื้อแดง นั่นแหล่ะ

ในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปีนายทักษิณ ในคดีที่ดินรัชดาฯ และนายทักษิณ หลบหนีคดีไปไม่ยอมรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

โดย"ทักษิณ" กล่าวกับมวลชนว่า " แม้ผมจะทำงาน แต่ผมก็ไม่วายถูกใส่ร้าย ผมถูกจำคุก 2 ปี จากคดีขายที่ดินรัชดาฯ ถือเป็นคดีที่ตลกที่สุด เพราะการขายทรัพย์ ไม่ผิด ผู้ขายไม่ผิด ผู้ซื้อไม่ผิด แต่สามีผู้ซื้อที่ยินยอมให้ทำนิติกรรมกลับผิด ความไม่เป็นธรรมเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะสมในใจของพี่น้อง รอความเป็นธรรมกลับคืนมา"

-----

ล่าสุด "นพ.เหวง โตจิราการ" แกนนำ นปช. โพส์ข้อความตอบนายกฯ ประยุทธ์ โดยระบุว่า

แกนนำนปช.ทุกคน ให้ความเคารพและปฎิบัติตามมติของศาลโดยดุษฎีภาพมาตลอด

ในกรณีของการถูกฟ้องว่าก่อการร้ายก็ถูกขังก่อนและระหว่างฟ้องโดยไม่ได้รับการประกันตัวเป็นเวลากว่าเก้าเดือน

แกนนำก็ไม่เคยโอดโอยหรือก้าวล่วงต่อศาลแต่ประการใดให้ความเคารพต่อดุลยพินิจของศาลโดยเคร่งครัด

และการพิจารณาคดีทุกนัดก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา

ไม่เคยมีกรณีแกนนำนปช.คนใดไม่เคารพหรือกล่าวว่าศาลไม่ได้ให้ความยุติธรรมแต่ประการใดไม่ว่าผลจะออกมาด้านบวกหรือลบก็ตาม

แกนนำนปช.หลายคนได้รับคำพิพากษาถึงจำขังหลายครั้งหลายคราวก็ไม่มีใครบ่นใครก้าวล่วงศาลในเรื่องความยุติธรรมใดๆ

ดังนั้นคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชาที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวในทำนอง "เสียดสีประชดประชัน"ว่า

"ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที.(จากไทยโพสต์)"

เรื่องนี้จึงไม่เป็นความจริง

และไม่น่าเชื่อว่า คนระดับนายกรัฐมนตรี

จะด้อยค่าตัวเองลงโดยกล่าววาจา "เสียดสีประชดประชัน" ในเรื่องที่ไม่เป็นจริงเช่นนี้

น่าสงสารจริงที่ลดค่าทำร้ายทำลายตัวเอง

.

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV