ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

คนสวยโพธาราม คนงามบ้าน... "ช่อ"

7.05K 33
คนสวยโพธาราม คนงามบ้าน... ช่อ

ซือแป๋การเมืองเปรียบเปรย "เวทีสภาคือละครโรงใหญ่" พอออกสตาร์ทได้ 2 นัด ดาวดีดาวร้ายแสดงกันสมบทบาท มีดาราบางรายเลยเถิดออกนอกสภา ด้วยวาทะร้อน "อีช่อ" ก่อให้เกิดสงครามกองเชียร์ ระหว่าง "สาวโพธาราม" กับ "สาวส้มหวาน"

 ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ คมชัดลึก 1 - 2 มิ.ย. 2562

*******************

ตั้งต้นที่ดราม่าร้อนฉ่าจนหน้าชา แล้วมาลงเอยที่ "ภาษาไทยคำละวัน" บัญญัติศัพท์ใหม่ให้คนไทยไว้ใช้เรียก "บุคคลที่ไม่เคารพกฎระเบียบ"

แต่มองดีๆ ที่ "ปารีณา ไกรคุปต์" ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ราชบุรี เปิดฉากระอุเดือด นัยว่าน่าจะส่งไปยัง ส.ส.รุ่นน้อง "ช่อ พรรณิการ์ วานิช" ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ อาจถือเป็นสงคราม ส.ส.ข้ามรุ่น ว่าด้วยเรื่องการทำการเมืองแบบเก่า VS แบบใหม่ ใครเจ๋งกว่ากัน ก็ได้

ปารีณามาก่อน 

จับใจความที่สาวโพธาราม เฟซบุ๊กไลฟ์สอนมวยการเมือง ส.ส.ชาวพรรคส้ม ว่าผู้แทนต้องเข้าถึงชาวบ้านออกงานบ่อยๆ เธอคงต้องการบอกว่าเก้าอี้ ส.ส.เมืองโอ่งที่ได้มา 4 สมัยนั้นไม่ใช่โชคช่วย !

ปารีณา ไกรคุปต์ วัย 43 เกิดที่ราชบุรี จบปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งเมืองลาเวอร์ สหรัฐอเมริกา บิดาคือ ทวี ไกรคุปต์ มารดา คือ สิริบังอร ไกรคุปต์ (อดีตผู้พิพากษาสมทบ)

สาวงามโพธารามคนนี้ สายเลือดบิดาเข้มข้น เพราะเห็นและสัมผัสการลงพื้นที่หาเสียงมาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยทวีนั้นเป็นทั้งอดีตรัฐมนตรีคมนาคม สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย และอดีต ส.ส.ราชบุรี 7 สมัย

กลับจากเมืองนอก ปารีณาเข้าประกวดนางสาวไทยปี 2544 รุ่นเดียวกับ นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ (ผู้ชนะ) ปารีณาได้ตำแหน่งนางงามมิตรภาพมาครอง เธอจึงเหมือนมีดีกรีสวยๆ ไว้ใช้เปิดตัวกับชาวราชบุรี

ก่อนลงเลือกตั้ง ระหว่างนั้นเธอก็ทำ Animal farm เลี้ยงทั้งหมู ไก่ และมีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับรถบัส ได้เรียนรู้น้ำจิตน้ำใจชาวบ้านไปด้วย เพราะก่อนนั้นเธอเรียนอยู่เมืองนอก

แต่ปี 2544 ทวีย้ายจากประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคใหม่ "ไทยรักไทย" ของเสี่ยแม้ว แต่เจอคนเขต 3 จอมบึง-โพธาราม สั่งสอนด้วยการเลือก "ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ" คนหน้าใหม่จากค่ายประชาธิปัตย์ผู้เป็นลูกสาวกำนัน

พอเลือกตั้งปี 2548 ผู้พ่อดีดลูกคิดแล้ว ส่งลูกสาวสู้ศึกดีกว่า ปารีณาจึงได้ลงเขต 3 ที่เดิมของพ่อ แถมลงปุ๊บก็ได้เลย เพราะราชบุรีปีนั้นพรรคไทยรักไทยกวาดเรียบทุกเขต

ช่วงก่อนเลือกตั้ง ทวีได้แนะนำบุตรสาวกับพี่น้องราชบุรีไว้ว่า "ปารีณาเรียนรู้ได้เร็วและอยากเป็นผู้แทนเหมือนพ่อ และผมอายุมากแล้ว จึงตัดสินใจมอบหมายให้ปารีณาออกงานเป็นตัวแทนของผม เป็นสายใยอยู่กับพี่น้องแทน"

การเมืองแบบเก๋า

ถ้าจะพูดถึงการเมืองไทยแบบเก่า แต่ก็เก๋าและอมตะ ปารีณามีหมด ทั้งดีกรีเมืองนอก ใบหน้าสะสวย และความจดจำของผู้คนจากตำแหน่งนางงามระดับประเทศ

สำคัญกว่านั้น คือแบ็กอัพแข็งแรง พูดก็พูด ปี 2548 เป็นปีของสาวโพธารามคนนี้จริงๆ เพราะเธอมีกองหนุนเยอะแยะมากมาย ทั้งบิดาที่ฝากผลงานกับชาวราดรีไว้เพียบ

บวกกับพลังของไทยรักไทยที่มี สรอรรถ กลิ่นประทุม (กรรมการบริหารพรรคขณะนั้น) ผู้ซึ่งคร่ำหวอดเป็น ส.ส. ดูแลชาวราชบุรีมายาวนานหลายสมัย ช่วยผลักดัน

แถมยังจังหวะดีตรงที่ "ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ" ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาลงบัญชีรายชื่อกับพรรคไทยรักไทย แถมยังออกหาเสียงช่วยปารีณาอีกด้วย !

แต่มุมหนึ่ง ก็ต้องยกให้ตัวตนของเธอเอง ที่ออกตระเวนหาเสียง ทั้งนั่งซาเล้ง แว้นมอเตอร์ไซค์ ซอกซอยไหนไปครบ อัธยาศัยดี ช่างเจรจา เข้าถึงง่าย ทำตัวติดดิน ไปหมดทั้งงานบุญ งานบวช งานสีดำเหมือนบิดาเป๊ะ !

แถมตอนหาเสียง ยังแจกหนังสือแนะนำตัว โดยใช้ภาพถ่ายตอนประกวดนางสาวไทย และภาพถ่ายคู่กับนายกฯ ทักษิณอีกด้วย

นี่จึงเป็นภาพการเมืองแบบไทยๆ ที่คนไทยชอบนักรักหนา ส่งผลให้ตลอดมา เธอได้รับเลือกเป็น ส.ส. หลายสมัย

คือเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 พรรคไทยรักไทย, 2 เมษายน 2549 พรรคไทยรักไทย (โมฆะ-พรรคถูกยุบ), เลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 (พรรคชาติไทย) จนมาเลือกตั้งงวดนี้ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ที่ตรงนี้ก็ยังเป็นของเธอ

แล้วจะไม่ให้ปารีณาภาคภูมิใจในความเก๋าของการทำงานการเมืองแบบเข้าถึงชาวบ้าน ได้อย่างไร !

พรรณิการ์คืออนาคต?

ว่ากันแบบไม่อคติ "ช่อ พรรณิการ์ วานิช" ถือเป็น ส.ส.หน้าใหม่ที่ลงเลือกตั้งครั้งแรกก็ได้เข้าสภาเหมือนอีกฝ่าย แต่เธอได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคใหม่ ตอนอายุ 31 ห่างจากปารีณาที่เข้าสภาครั้งแรกตอนอายุ 29

วัยห่างกันตอนเป็น ส.ส. 2 ปี, ปารีณามีอายุมากกว่าอีกฝ่าย 1 รอบ ไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้าจะวัดดีกรีแล้ว สาวกทม. อย่างช่อก็ไม่ยิ่งหย่อน

ช่อ เป็นทายาทของผู้บริหารระดับสูงบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง จบปริญญาตรีที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากนั้นไปจบโทที่ The London School of Economics and Political Science สถาบันระดับโลก เป็น 1 ใน 20 คน จากนักเรียนทั่วโลกที่สอบคัดเลือกได้เข้าไปเรียนในปีนั้น

กลับมาไทย ก็เข้าทำงานสายสื่อมวลชนก่อน โดยร่วมงานกับวอยซ์ ทีวี โผล่ตามรายการวิเคราะห์การเมืองอยู่ 6 ปี ผ่านการเมืองช่วงรัฐประหาร มาจนกลางๆ ปี 2561 ก็วางไมค์พิธีกร ไปจับไมค์หาเสียงแทน

"ช่อ" นับเป็นบุคคลสำคัญอีกคน นอกจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์จากรั้ว มธ. ที่ตั้งวงสนทนาชวน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาทำพรรคด้วยกัน

แต่เมื่อมองที่การทำการเมืองแล้ว ว่ากันตามจริงพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่เคยปฏิเสธการหาเสียงโดยใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งจากความเป็นพรรคใหม่ ระยะเวลาหาเสียงที่น้อยนิด แกนนำพรรคที่ต่างก็ใหม่ด้วยกันหมด อีกเหตุผลหนึ่งคือประหยัด !

แต่เราคงไม่เถียงว่า เมื่อโลกมาถึงยุคนี้ พรรคอนาคตใหม่ก็หยิบจุดแข็งของสื่อใหม่มาใช้จนสำเร็จ นอกเหนือจากบริบทการเมืองไทย คนรุ่นใหม่กำลังต้องการมองไปข้างหน้าพอดี

เพียงแต่เลือกตั้งปีนี้ พรรคอนาคตใหม่ อาจใหม่เกินไปสำหรับชาวเมืองโอ่งทั้งจังหวัด ที่ยังคงเชื่อใจนักการเมืองที่คุ้นเคยรักใคร่ แม้จะย้ายไปสังกัดพรรคใหม่อย่าง พลังประชารัฐก็ตาม

จนเมื่อสาวโพธารามมาแนะนำศัพท์ใหม่ (โดยใช้สื่อโซเชียลเหมือนกัน) แล้วทำให้ชาวราชบุรีบางกลุ่มมีเดือดขึ้นมา ไม่รู้จะสะเทือนขาเก้าอี้ ส.ส.หรือไม่ น่าติดตาม


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend