ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

ส่องฝีมือ "สมพงษ์ ชิงดวง" แม่ทัพตำรวจป่า ผู้มาแทน "โจ๊ก"

3.9K 15
ส่องฝีมือ สมพงษ์ ชิงดวง แม่ทัพตำรวจป่า ผู้มาแทน โจ๊ก

ท่ามกลางอากาศเมืองไทยที่ร้อนระอุทะลุองศาเดือด สถานการณ์การเมืองก็เร่าร้อนไม่แพ้สภาพอากาศ แต่ยังมีเรื่องร้อนๆ ปนคาวในแวดวงสีกากีโผล่มาสอดแทรกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน กับเหตุการณ์คำสั่งเด้งแบบ "ฟ้าผ่าหน้าแล้ง" ที่ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จรดปากกาเซ็นคำสั่งให้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล นายตำรวจคู่บุญของรัฐบาลคสช. ขาดจากตำแหน่งเดิม ผบช.สตม เข้ากรุไปอยู่ ศปก.ตร. ก่อนจะมีคำสั่งออกมาเป็นพวง ทั้งยกเลิกอำนาจหน้าที่ของศูนย์ต่างๆ ที่ควบคุมดูแล และโอนย้ายไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูงในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมนตรี (นักบริหารระดับสูง) ชนิดที่เรียกว่าแม้แต่ชุดตำรวจก็ห้ามใส่

การเด้ง "บิ๊กโจ๊ก" พ้นจากตำแหน่งและอำนาจของตำรวจ จึงถูกถกกันในแวดวงตำรวจและได้รับการจับจ้องของสังคมที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ใคร? เหมาะสมมานั่งเก้าอี้ ผบช.สตม. แทนอดีตบิ๊กตำรวจหนุ่มคนดังที่เคยฝากผลงานการปราบปรามผ่านสื่อทุกแขนงไว้อย่างล้นหลาม


ถัดจากบรรยากาศอึมครึมราวสัปดาห์เศษๆ ก็ถึงเวลาเลือกตัวแทนที่เหมาะสมมาปฏิบัติหน้าที่คุมบังเหียน สตม. โดย "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4 /2562 โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ และคณะรองผบ.ตร. เข้าร่วม ซึ่งใช้เวลาประชุมประมาณ 45 นาที ก็มีข้อสรุปแต่งตั้งให้ "บิ๊กอู๊ด" พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.ตชด. ไปดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม. แทน "บิ๊กโจ๊ก"

ทว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ข้ามห้วยจาก "แม่ทัพตำรวจป่า" ผบช.ตชด. เข้าเมืองมานั่งเก้าอี้ ผบช.สตม. แทน "บิ๊กโจ๊ก" เขาคือใคร ทำอะไรมา มีผลงานอย่างไร ทำไมผู้ใหญ่ไว้วางใจ เห็นคุณค่าจนได้มานั่งเก้าอี้ทองหน่วยงานหลักที่คนในรั้วปทุมวันอยากสัมผัส...

ถ้าหากเอ่ยชื่อ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ที่สื่อมวลชนสายตำรวจรู้จักกันดีโดยเรียกขานว่า "บิ๊กอู๊ด" แต่ผู้คนในสังคมทั่วไปอาจจะทำหน้าสงสัยเพราะไม่ได้ออกสื่อถี่ยิบเหมือนอดีต ผบช.สตม.คนล่าสุด แต่ถ้าบอกว่า "บิ๊กอู๊ด" คือหนึ่งในนายตำรวจที่บุกจับ "ผู้พันตึ๋ง" พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ คดีสังหารอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ...เป็นเสียงเดียวกัน

สำหรับ "บิ๊กอู๊ด" พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ป้ายแดง เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่นที่ 40 (นรต.40) เกิดในค่ายทหารที่ จ.ลพบุรี บิดาเป็นทหารชั้นผู้น้อย และเกษียณในยศร้อยตรี มารดาอาชีพค้าขาย ญาติพี่น้องส่วนใหญ่รับราชการทหาร เป็นที่รู้จักของใครหลายคน โดยเมื่อครั้งเป็นรองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม (รองผกก.2 บก.ป.) ได้เป็นผู้ที่นำกำลังตำรวจคอมมานโดกองปราบบุกจับกุม พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือ "ผู้พันตึ๋ง" นายทหารที่มีอิธิพลมากในเวลานั้น และเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเมื่อปี 2544 ซึ่ง "บิ๊กอู๊ด" ได้วางแผนนำกำลังเข้าจับกุมได้ จนต่อมาได้รับฉายาว่า "มือปราบผู้พันตึ๋ง"

หลังจากผลงานสืบสวนเข้าตานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทำให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร.ในขณะนั้น แต่งตั้งให้เป็นนายตำรวจติดตาม (นายเวร) ในอัตราพันตำรวจเอก (พ.ต.อ.) ก่อนจะได้มีโอกาสลงไปทำงานในชายแดนใต้เนื่องจากต้องติดตาม ผบ.ตร.ที่ลงไปแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ก่อนจะขยับมารับตำแหน่งผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.) ดูแล 14 จังหวัดภาคใต้ ก็ยังคงทำผลงานอย่างต่อเนื่องในคดีสำคัญ อย่างเช่น คดีหนุ่มตัดนิ้วมือตัวเองเพื่อหวังเงินประกันชีวิต

ถัดมาช่วงเปลี่ยน ผบ.ตร. มาเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก็ถูกสั่งย้ายมาเป็นผกก.สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง โดยตลอดเวลา 2 ปี ที่อยู่ สภ.ยี่งอ ไม่ได้ย่อท้อ ยังมุ่งมั่นตั้งใจทำงานต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นงานสืบสวน งานมวลชน จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส) และขยับมาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 (รองผบก.ส.3)

"บิ๊กอู๊ด" ติดดาวนายพลในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน) เป็นอีกหนึ่งนายพลยังหนุ่มในยุคนั้น เรียกได้ว่าทำงานตั้งแต่ใต้สุดจนถึงเหนือสุด ดังที่เขาบอกว่า "ตำรวจมีฝีมืออยู่ที่ไหนก็ทำงานได้" จากนั้น "บิ๊กอู๊ด" ก็ได้กลับมาพื้นที่นครบาลในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.) ก่อนเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (รองผบช.ภ.5) ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน กระทั่งโยกมาเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รองผบช.ปส.) และย้ายมาเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) โดยยังทำผลงานอย่างต่อเนื่องจนได้รับการไว้วางใจให้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.)

การมานั่งหัวเรือใหญ่ตำรวจตะเวนชายแดนของ "บิ๊กอู๊ด" ปรากฏผลงานมากมายทั้งออกสื่อและไม่ออกสื่อ อาทิ งานสืบสวนที่เป็นงานถนัดของตัวเองแล้ว ยังมีการจัดอบรมให้ตำรวจตระเวนชายในโครงการสืบสวนโดยการใช้เทคโนโลยีพร้อมการฝึกการใช้อาวุธเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่กองกำลังอีกด้วย ส่วนงานด้านปราบปรามยาเสพติดและแก๊งมอดไม้ลอบตัดป่าก็ทำต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีงานเกี่ยวกับโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนที่อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของ "สมเด็จย่า" สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก็ยังพัฒนาไปข้างหน้าอีกด้วย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง เป็นนายตำรวจมากฝีมือและครบเครื่องคนหนึ่ง อยู่มาครบแทบทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศักยภาพทั้ง "บู๊" ทั้ง "บุ๋น" ก่อนที่จะก้าวเข้ามาทำงานในตำแหน่งสำคัญอย่าง ผบช.สตม.

ทันทีที่ "บิ๊กอู๊ด" เข้ารับตำแหน่งผบช.สตม.อย่างเป็นทางการ ก็ไม่รีรอเรียกตำรวจผู้นำแต่ละหน่วยในสังกัด สตม. มามอบนโยบายปฏิบัติหน้าที่ โดยเน้นย้ำว่าห้ามตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี เพราะ "หากหัวไม่ส่ายหางคงไม่กระดิก"

จะว่าไปแล้วเส้นทางสีกากีไม่มีอะไรแน่นอน มีทั้งวันรุ่งสุดขั้ว และมีวันร่วงสุดขีด ผลงานดี ฝีมือเด่นเป็นที่ประจักษ์ก็ยังไม่อาจวางใจได้ ถ้าพลาดเมื่อไหร่ก็จบ เพราะบทเรียนมีให้เห็นจนนับไม่ถ้วน ฉะนั้นต้องดูกันยาวๆ..!!

เรื่องโดย ทีมข่าวอาชญากรรม | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend