เนชั่นทีวี

ข่าว

เฉลิม-วัน อยู่บำรุง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เป็นได้แค่สีสันทางการเมือง

30 ธ.ค. 2561 | Ekkapon

เฉลิม-วัน อยู่บำรุง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เป็นได้แค่สีสันทางการเมือง

เวทีการเมืองกำลังระอุอย่างยิ่ง ในช่วงที่หลายคนกำลังมีความสุขกับช่วงเทศกาลปีใหม่ วันหยุดยาว แต่ทว่าบรรดานักการเมือง ต่างก็เร่งทำคะแนนกันอย่างดุเดือด ลงพื้นที่กันไม่เว้นแต่ละวัน แต่คนที่ดูว่าดุเดือดมากที่สุดก็คงต้องยกให้พ่อลูก อยู่บำรุง อย่าง เฉลิม อยู่บำรุง ผู้เป็นพ่อ และ วัน อยู่บำรุง ลูกชาย

เฉลิม ปราศรัย นครพนม บอกขอนั่ง มหาดไทย หรือรองนายกฯ อยากจัดการตำรวจ


โดยเมื่อ วันที่  29 ธันวาคม 2561  "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธานยุทธศาสตร์"พรรคเพื่อไทย" พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อพบปะประชาชนพร้อมปราศรัย และเปิดตัวผู้สมัคร อาทิ "นายไพจิต ศรีวรขาน" ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต3 และ "นายชวลิต วิชยสุทธิ์" สส. เขต4 ซึ่งขยับมาจากอดีตสส.บัญชีรายชื่อของพรรคฯ โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังหลายพันคน "ร.ต.อ.เฉลิม" เปิดเผยว่า "มั่นใจในพื้นที่อีสาน และ จ.นครพนม พรรคเพื่อไทยจะสามารถชนะการเลือกตั้งได้เกือบทั้งหมด ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ และยอมรับว่าจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคยังมีคะแนนนิยมท่วมท้น ซึ่งการลงพื้นที่ไม่ใช่เป็นการปลุกระดม แต่เป็นการแสดงพลังของพรรคเพื่อไทย 


อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งรอบนี้ส่วนตัวขออาสามารับตำแหน่งรมว.มหาดไทย หรือรองนายกรัฐมนตรี เพื่อคุมตำรวจ แก้ปัญหายาเสพติด และสิ่งสำคัญหากได้เป็นรัฐบาลจะผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญเก่าที่เคยมีมาก่อน แต่รัฐบาล คสช. นำมาใช้ประโยชน์ในการเลือกตั้ง หรือรองนายกรัฐมนตรี เพื่อคุมตำรวจ แก้ปัญหายาเสพติด


ตั้งแต่รัฐบาล คสช. นำมาใช้ประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ผมอยากเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงข้าราชการ อย่างยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ห้ามบีบบังคับหรือใช้อำนาจรัฐ หรือช่วยพรรคการเมือง รวมถึงเพื่อไทย หากพบหลักฐานชัดเจน ผมเอาเรื่องแน่นอน และถึงเวลาที่เพื่อไทยจะแสดงพลังให้คนไทยรับรู้ว่า เป็นพรรคที่อยู่ในใจประชาชนมาตลอด เพราะเราแก้ปัญหาด้วยใจ และเชื่อว่าต้องได้เป็นรัฐบาลแน่นอน"  "ร.ต.อ.เฉลิม" กล่าว  


ลูกชายเฉลิม โว เลือก วัน อยู่บำรุง คนจนจะหมดไป

ในขณะที่ลูกชาย อย่าง "วัน อยู่บำรุง" ว่าตัวเองนั้นจะได้เป็น ส.ส.สังกัดพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน หลังจากที่ออกมาเคลื่อนไหวและประกาศกร้าวอยู่บ่อยครั้งในโลกโซเชียลถึงความมั่นใจของตัวเอง! 

สำหรับ นายวัน อยู่บำรุง ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็ได้มีการยืนยันว่าตัวเองนั้น "การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนก.พ.2562ผมลงสมัครในนาม #พรรคเพื่อไทย#เขตบางบอนและแขวงหนองแขม

แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดนั้น ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ก็เหมือนว่านาย วัน อยู่บำรุง จะเอาโวอย่างต่อเนื่องถึงเรื่องนโยบายที่ตัวเองจะทำโดยระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า  #วัน_อยู่บำรุง #บางบอนหนองแขม #ใจถึงพึ่งได้ #ขอเพียงรู้จักแล้วจะรักวัน ปีหน้าร่วมกัน สร้างความสงบสุขที่มีอนาคต ความสงบสุข บนความอยู่ดีกินดี ของชีวิตประชาชน

พบปะพี่น้องประชาชนตลาดปิ่นทองม.สังสิทธิ์ให้การต้อนรับอบอุ่นพร้อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเลือก #พรรคเพื่อไทยสิ้นปีนี้คนจนหมดประเทศ หมายถึงคนจนจะหายไปกลายเป็นคนรวยหรือ #ทั้งประเทศจะกลายเป็นคนจนทุกคน 55555
รู้จักเฉลิม อยู่บำรุง ผู้สร้างสีสันการเมืองไทย วันนี้เราจะพาคุณผู้ชมไปรู้จัก สองพ่อลูกนี้ให้ดีขึ้นอีกนิด หากเอ่ยถึงนักการเมืองไทยที่ประชาชนรู้จักเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นชื่อของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อย่างแน่นอน แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักการเมืองระดับอาวุโสที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่าง นายชวน หลีกภัย หรือนายบรรหาร ศิลปอาชา แต่ว่าด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวบางอย่าง ทำให้ประชาชนเห็น ร.ต.อ.เฉลิม ปรากฏตามหน้าสื่อบ่อย ๆ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประชาชนส่วนมากจะคุ้นชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นอย่างดี แต่ก็น่ามีประชาชนจำนวนมากอยู่ที่ยังไม่รู้ถึงความเป็นมาของชายผู้นี้ ดังนั้นเราจะมาเล่าถึงประวัติ ร.ต.อ.เฉลิม หรือชื่อที่คนเรียกกันติดปากว่า "เหลิม" 
 ร.ต.อ.เฉลิม ได้เข้าสู่วงการการเมืองเป็นครั้งแรกในฐานะผู้ที่ร่วมพยายามรัฐประหารรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในปี 2524 อย่างไรก็ตาม การก่อการครั้งนั้นล้มเหลว ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ถูกปลดออกจากข้าราชการตำรวจ พร้อมกับรับข้อหาเป็นกบฏ อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้รับการนิรโทษกรรมในภายหลัง ดังนั้นจึงมีคนชวนให้กลับไปรับราชการตำรวจอีกครั้ง แต่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม ก็ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว


การประเดิมเส้นทางการเมืองของ ร.ต.อ.เฉลิม เริ่มจากการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2526 กระทั่งเข้าสู่ปี 2529 จึงได้ก่อตั้งพรรคมวลชนขึ้น ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ใช้พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี เป็นพื้นที่ฐานเสียง ซึ่งก็คือ เขตภาษีเจริญและเขตบางบอน และได้ดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ปี พ.ศ. 2529-2533) มีหน้าที่ดูแลองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท) อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ได้รัฐประหารรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ต้องลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศสวีเดนและประเทศเดนมาร์ก พร้อมกับมีข้อหาร่ำรวยผิดปกติติดตัวด้วย จนถูกยึดทรัพย์จำนวน 32 ล้านบาท ทว่าเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย ร.ต.อ.เฉลิม จึงได้กลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้ง และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พ.ศ. 2538-2539) ในสมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2551) ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พร้อมกับยุบพรรคมวลชน รวมกับพรรคความหวังใหม่ ของ พล.อ.ชวลิต


เมื่อรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ได้พ้นสภาพ เปลี่ยนยุคเข้าสู่รัฐบาลนายชวน หลีกภัย สมัยที่สอง ต่อด้วยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ค่อยมีบทบาททางการเมืองมากนัก ดังนั้น ใน ปี 2547 ร.ต.อ.เฉลิม จึงได้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้คะแนนเสียงมากเป็นลำดับที่ 4 ส่วนผู้ชนะในการเลือกตั้งครั้งนั้น ได้แก่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน จากพรรคประชาธิปัตย์


จบจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2547 ร.ต.อ.เฉลิม ยังคงหายหน้าหายตาไปจากวงการการเมืองต่อไป จนกระทั่งพรรคไทยรักไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ปี 2550 พร้อมกับตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 111 คน ทางกลุ่มไทยรักไทยเดิมจึงได้ย้ายเข้ามาร่วมพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรคสำรองแทน พร้อมกับตั้งนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค โดยที่ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้เข้าร่วมพรรคพลังประชาชนในครั้งนี้ด้วย แล้วก็ได้รับเลือกเป็น ส.ส.

ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ร.ต.อ.เฉลิม รั้งตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าดำรงตำแหน่งได้เพียง 6 เดือนก็ถูกปรับออก ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายหลัง ในยุครัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่สุดท้าย ร.ต.อ.เฉลิม ก็ดำรงตำแหน่งได้ไม่นานอีกเหมือนเดิม สืบเนื่องมาจากพรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบพรรคในเดือนธันวาคม 2551 ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จึงได้ย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคสำรองของพรรคพลังประชาชนแทน

หลังจากการยุบพรรคพลังประชาชน ขั้วอำนาจทางการเมืองก็เปลี่ยนจากกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แทน ซึ่งทาง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน

ปี 2554 รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ยุบสภาก่อนครบวาระ พร้อมกับเลือกตั้งใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออีกครั้ง รั้งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังจากนั้นก็หายหน้าหายตาไปนาน จนกระทั่งเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ก็กลับมานั่งเป็นหัวหน้าทีมปราศรัย ของพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางกระแสเสียงว่ามีความขัดแย้งกับทางด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ ผู้ที่นั่งเป็นประธานยุทธศาสตร์ หาเสียงของพรรคมาโดยตลอด




วัน อยู่บำรง เจ้าของสโลแกน ใจถึง พึ่งได้ พี่ใหญ่ ฝั่งธนฯ


ขณะที่ลูกชายอย่าง "วัน อยู่บำรุง" เดิมชื่อ "วันเฉลิม อยู่บำรุง" มีชื่อเล่นว่า "หนุ่ม" วันเป็นบุตรชายคนรองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ได้รับการกล่าวถึงผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากกรณีกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมกว่า 150 คน ในนามสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงคมนาคมว่าถูกกลุ่มตำรวจนอกรีตเข้ามารีดไถเก็บค่าคุ้มครอง นายวัน อยู่บำรุง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมขณะนั้น จึงได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบปราบปรามอิทธิพลเถื่อนเหล่านั้นทันที


โดยนายวัน เริ่มต้นชีวิตการทำงานเมื่อปี 2538 ในฐานะข้าราชการพลตำรวจ ก้าวเข้าสู่วงการสีกากีตามผู้เป็นพ่อ ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2541 ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นร้อยตำรวจตรี ตำแหน่งรองสารวัตรงาน 1 ฝ่ายตรวจสอบสำนวน สังกัดกองคดี


สิบปีต่อมานายวันเริ่มรับตำแหน่งทางการเมืองโดยสังกัดพรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อ โดยในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 เขาได้รับตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จากนั้นวันที่ 28 ตุลาคม ปีเดียวกัน รั้งตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง จนเมื่อ 30 สิงหาคม 2554 นายวันก็ได้เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และในปี 2555 ก็เป็นที่ปรึกษา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม



อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อปี 2557 นายวัน ได้ลดบทบาททางการเมืองลง แต่กลับกลายเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แทน จากการใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวในการทำงานลงพื้นที่และบันทึกเรื่องราวทุกด้านของชีวิต โดยเฉพาะการควบคุมดูแลบรรดาวัยรุ่นภาพลักษณ์ติดลบที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาของสังคม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "พี่ใหญ่ฝั่งธนฯ" ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเซเลบฯ ขาโหดที่เป็นที่รู้จักอย่าง "เสี่ยโป้" ที่ให้ความเคารพนายวันเป็นอย่างยิ่ง


สำหรับสโลแกน "ใจถึง...พึ่งได้" ที่โด่งดังและเป็นคำพูดประจำตัวนั้น มาจากเพลงที่ศิลปินชื่อดังอย่าง แอ๊ด คาราบาว แต่งเพลงให้เพื่อใช้หาเสียงในปี 2557 ซึ่งมีเนื้อหาตรงกับบุคลิกส่วนตัว จึงได้มีการนำมาใช้เป็นชื่อกลุ่มไลน์ของญาติพี่น้อง จากนั้นทำเป็นสติ๊กเกอร์และเสื้อแจก แล้วเปลี่ยนมาทำขายในภายหลัง 


วันนี้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอีกครั้ง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ยังถูกมองว่า เป็น สีสัน ทางการเมือง เหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้อาจจะเพิ่มเติม พ่วง ลูกชาย อย่าง วัน อยู่บำรุง มาด้วยอีกคน ที่หลายคนมองว่า พ่อ ลูก คู่นี้ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ฝีปากกล้า แต่เอาเข้าจริง ก็เป็นได้แค่สีสัน ทางการเมือง อย่าไปหาสาระอะไรมากจากคนทั้งสอง

ข่าวล่าสุด