ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

สทนช.ชี้สถานการณ์น้ำ "เขื่อนใหญ่" มากกว่าปี 54 ยันยังเอาอยู่

1.09K 52
สทนช.ชี้สถานการณ์น้ำ เขื่อนใหญ่ มากกว่าปี 54 ยันยังเอาอยู่

"สทนช." เผยสถานการณน้ำในอีสานน่าห่วง เขื่อนขนาดกลางเกินความจุกว่า 50 แห่ง จ่อเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วมเกาะติด24ชม. รับปริมาณน้ำ "เขื่อนใหญ่" บางแห่ง มากกว่าปี 54 แต่ยังควบคุมได้

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.61 เวลา 08.45 น. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเชิงลึกซึ่งต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง คาดการณ์ว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าปริมาณน้ำอาจจะสูงมากกว่านี้ จึงต้องมีมาตรการพร่องน้ำโดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ มี 2 แห่งคือที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนครและที่เขื่อนแก่งกระจานจ.เพชรบุรี ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษให้มีการระบายน้ำมากกว่านี้

โดยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดำเนินการภายใน 5 วันให้ได้ โดยก่อนระบายน้ำให้แจ้งผู้ว่าฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก่อน 3 วันเพื่อให้ภาคประชาชนรับรู้และจัดทำรายงานผลกระทบท้ายน้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากระดับน้ำอยู่ในะดับวิกฤต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะเป็นผู้สั่งการ แต่สถานการณ์น้ำโดยรวมขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์สีเหลืองหรือในระดับเตรียมการเท่านั้น

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่าในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เวลา 08.00 น. จะมีการเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วม ที่กรมชลประทานโดยศูนย์ดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิดมีเจ้าหน้าที่ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลชุดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณฝนในช่วงต้นเดือนส.ค.อาจจะไม่มากซึ่งในภาคกลางและภาคเหนือสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นกังวลแต่ในภาคอีสานปริมาณน้ำในเขื่อนที่มากกว่าความจุร้อยเปอร์เซ็นต์ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีจำนวนมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจึงต้องวิเคราะห์ความสมดุลในการรับน้ำและระบายน้ำ นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกว่า 1,000 แห่งก็ได้มอบหมายให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแลในเบื้องต้นก่อนหากจำเป็นต้องระบายน้ำฉุกเฉินจะต้องดำเนินการแห่งใดบ้างซึ่งยังมีเวลาเตรียมการ 1-2 สัปดาห์ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ณ วันนี้

เมื่อถามว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 54 ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนายสมเกียรติ กล่าวว่าปริมาณน้ำเมื่อวันที่ 1พ.ค.ที่ผ่านมาโดยรวมถือว่าสูงกว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ใช่แต่มีปริมาณสูงกว่าในเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้โดยในภาคกลางได้มีการเฝ้าระวังเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ และเราไม่ประมาทตามที่มีพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าพายุจะเข้ามาช่วงกลางเดือนส.ค.นี้ ขณะที่สถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงมีการเร่งสูบน้ำระบายออก โดยที่จ.อุบลราชธานีปริมาณน้ำลดลงแล้วแต่ที่จ.เลย หนองคายนครพนม มุกดาหารปริมาณน้ำมแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 70 เซนติเมตร ถึง 1เมตรเนื่องจากมวลน้ำอาจถูกปล่อยมาจากจีนและสปป.ลาวจึงประสานกับสองประเทศว่าจะมีปริมาณน้ำปล่อยลงมาจำนวนเท่าใดซึ่งผู้ว่าฯได้รับทราบและแจ้งเตือนประชาชนแล้ว


เรื่องโดย กรุงเทพธุรกิจ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์