ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

ทรัมป์เตรียมการแถลงนโยบายประจำปี State of the Union ต่อสภาคองเกรสวันนี้

2.05K 23
ทรัมป์เตรียมการแถลงนโยบายประจำปี State of the Union ต่อสภาคองเกรสวันนี้

ทรัมป์เตรียมการแถลงนโยบายประจำปี หรือ State of the Union ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 30 มกราคม ในเวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย โดยจะครอบคลุมเนื้อหาการดูแลด้านรักษาความมั่นคงปลอดถัยของชาติ นโบบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายการรับคนเข้าเมือง การบริหารงานด้านเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายการค้าระหว่างระเทศ

หลังผ่านพ้นการบริหารประเทมาในช่วง 1 ปีแรก แต่ทรัมป์ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ถึงแม้ว่าจะถูกจายไปเกลี้ยงแผงแล้วสำหรับ Fire and Fury: Inside the Trump White House ของ Michael Wolff หนังสื่อที่มีเนื้อหาและข้อมูลลับหลากหลายของทรัมป์ ระหว่างการทำหน้าที่ในทำเนียบขาว ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ได้ถูกหยิบยกขึ้นมากอีกครั้งผ่านวีดีโอก่อนที่จะมีการแจกแกรมมีอะวอร์ดเมื่อค่ำคืนวันจันทร์

ขณะที่ตลาดรอดูถ้อยแถลงครั้งสุดท้ายของเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานเฟด ก่อนที่จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ โดยที่เจอโรม พาวเวล จะมารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่

1. ทั้งนี้ หนังสือแฉเรื่องราวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีชื่อว่า "Fire and Fury : Inside the Trump White House" เขียนโดย Michael Wolff ผู้สื่อข่าวที่เรียบเรียงเรื่องราวจากการสัมภาษณ์บุคคลใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในทำเนียบขาว

โดยที่ "Fire and Fury: Inside the Trump White House" มีเนื้อหาและข้อมูลลับหลากหลายของประธานาธิบดีทรัมป์ ระหว่างการทำหน้าที่ผู้นำสหรัฐ ซึ่งยังคงทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำสหรัฐอย่างต่อเนื่อง

2. ในการเตรียมตัวสำหรับการแถลงนโยบายประจำปี หรือ State of the Union ต่อสภาคองเกรส ของประธานาธิบดีทรัมป์ ในวันที่ 30 มกราคม เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย โดยจะครอบคลุมเนื้อหา 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การจ้างงานและเศรษฐกิจ การก่อสร้างโครงการพื้นฐานของประเทศ นโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพ นโยบายดเานการค้าและนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ

ท่ามกลางผลโพลล์ของคนอเมริกันที่เรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ดูแลด้านประกันสุขภาพ การบริหารงานด้านเศรษฐกิจให้ดี รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นอันดับต้นๆ ในความต้องการของคนอเมริกันที่มองต่ออนาคตที่อยากให้ผ๔เนำสหรัฐดำเนินการในปีที่ 2 นี้

3. ถึงแม้ว่า "Fire and Fury : Inside the Trump White House" ของ Michael Wolff ได้นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ และบุคคลใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปมร้อนต่างๆ ที่เกิดเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ตลอดหนึ่งปีแรก ซึ่งประกอบด้วยการคบหาฉันท์มิตรกับรัสเซีย การบรรยายปฏิกิริยาของทรัมป์หลังจากทราบข่าวชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016

อาการไม่สบอารมณ์ระหว่างพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดี ที่เขารู้สึกโกรธที่ดารามีชื่อเสียงต่างปฏิเสธที่จะมาร่วมงาน รวมทั้งไม่พอใจกับที่พักรับรองแขกของประธานาธิบดี การที่ทรัมป์ต้องขวัญอ่อนเมื่อมานอนที่ทำเนียบขาว การมอบหมายงานให้บุตรสาวทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของผู้นำสหรัฐ รวมถึงการไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง

ทั้งที่หนังสือจะถูกขายไปเกลี้ยงแผงแล้วก็ตาม ขณะที่โฆษกทำเนียบขาวตอบโต้ว่า หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเรื่องเท็จและชวนให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้นำสหรัฐ แต่ภาพ Fire and Fury ยังคงติดตามตัวทรัมป์จนถึงปัจจุบัน

4. นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์จะพยายามพูดถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของเขา ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น และการผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี และนโยบาย America First ซึ่งจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญที่สุดเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี ทั้งการดูแลด้านรักษาความมั่นคงปลอดถัยของชาติ นโบบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายการรับคนเข้าเมือง การบริหารงานด้านเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายการค้าระหว่างระเทศ ยังคงถูกจับตาเป็นพิเศษ

โดยมีการคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะเปิดเผยโครงการลงทุนในสาธารณูปโภคครั้งใหญ่มีเม็กเงินรวม 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ได้เคยรณรงค์หาเสียงไว้ในปี 2016 โดยคาดว่าโครงการลงทุนในสาธารณูปโภคจะมีวงเงิน 200,000 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบของกองทุน ซึ่งจะกระจายออกไปเป็น 4 กองทุนในช่วงเวลา 10 ปี

5. ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมระยะเวลา 2 วันของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ และจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และรอดูถ้อยแถลงครั้งสุดท้ายของเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานเฟด ก่อนที่จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ โดยที่เจอโรม พาวเวล จะมารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่

และประเด็นที่ตลาดจับตามองมากที่สุดคือ การพุ่งทะยานขึ้นของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.72% เมื่อคืนวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ส่วนอัตราผลตอบแทนบอนด์อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.95% โดยที่อัตราผลตอบแทนบอนด์อายุ 10 ปี จะพุ่งสู่ระดับ 2.8% ต่อไป ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์อายุ 30 ปี จะพุ่งสู่ระดับ 3.0%

ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในวันที่ 20-21 มีนาคมนี้ ภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ โดยที่เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.25-1.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมปีที่แล้ว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์