ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จักรทิพย์-สมยศ" แถลงปราบขบวนการล้มบอลไทย กำหนดผลแข่งขันล่วงหน้าหลายนัด ผยเป็นคดีประวัติศาสตร์

1.52K 2
จักรทิพย์-สมยศแถลงปราบขบวนการล้มบอลไทยกำหนดผลแข่งขันล่วงหน้าหลายนัดผยเป็นคดีประวัติศาสตร์

"จักรทิพย์-สมยศ" แถลงปราบขบวนการล้มบอลไทย พฤติกรรมกำหนดผลแข่งขันล่วงหน้าการแข่งขันหลายนัด -ผบ.ตร.ระบุมาเฟียฟุตบอลทีมใหญ่-ทีมกลางคอยร่วมมือ เผยเป็นคดีประวัติศาสตร์

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.นพศิลป์ พลูสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. และนายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการ/โฆษกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกันแถลงผลปราบขบวนการล้มบอลไทย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมดจำนวน 12 ราย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการประสานจากพล.ต.อ.สมยศ จึงสั่งการให้ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการตลอดจนวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้ายโดยมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งตร.ที่ 613/2560 ให้พนักงานสืบสวนมีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนความผิดเกี่ยวกับการกระทำที่เข้าข่ายล้มผลการแข่งขันกีฬาฟุตบอล และความผิดที่เกี่ยวข้องโดยให้พล.ต.ท.มนู เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ต่อมากองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สืบสวนพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายล้มผลการแข่งขันในกีฬาฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย โดยได้ขอความร่วมมือจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

พล.ต.อ.จัดรทิพย์ กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลร่วมกันดำเนินการโดยหวังผลประโยชน์จากการเล่นพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลด้วยวงเงินเดิมพันจำนวนมาก มีพฤติกรรมเข้าไปจูงใจเสนอให้รับว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินตอบแทนแก่นักฟุตบอล กรรมการอาชีพที่เป็นผู้เล่นและผู้ตัดสินในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ เพื่อให้ล้มผลการแข่งขัน และหากสามารถติดต่อได้สำเร็จกลุ่มทุนการพนันจะทุ่มลงพนันกับทีมฝ่ายตรงข้าม แล้วนำผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน โดยมีพฤติการณ์เป็นการกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้าโดยร่วมกระทำความผิดมาอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันหลายนัด มีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนมาก ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนายทุน จำนวน 6 คน 2.กลุ่มกรรมการ จำนวน 2 คน (นายธีรจิตรอยู่ในกลุ่มกรรมการและนายทุน) และ 3.กลุ่มนักฟุตบอล จำนวน 5 คน รวมทั้งหมด 12 คน ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานมานานพอสมควร ทั้งเส้นทางการเงิน และการสืบสวนสอบสวนต่างๆ จนแน่ชัดแล้วว่ามีการกระทำความผิดจริง จึงได้ขอศาลอนุมัติหมายจับดังกล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้วงการฟุตบอลเป็นที่ครหาสงสัยมาตลอด ตนเห็นใจ เพราะการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล บางทีมใช้เงิน 3-4 ร้อยล้าน บางทีมโดนซื้อตัวจากทีมของตัวเองไปไม่รู้ตัว ถือเป็นการเอาเปรียบ ไม่ว่าจะทีมใหญ่ กลาง เล็ก โดนหมด ตนถือว่าเป็นการเอาเปรียบเจ้าของทีมฟุตบอลจริงๆ โดยที่เจ้าของทีมอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีนักกีฬาตัวเอง กรรมการ หรือนายทุน กระทำการลักษณะเช่นนี้มาตลอด ทั้งๆที่ตัวเองแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะทำกีฬาอย่างที่นานาประเทศทำกัน แต่มาเกิดผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มที่ยังเห็นอยู่ว่าจับได้ไล่ทัน อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าฤดูกาลต่อไปจะสนุกกว่านี้ ฝากถึงเจ้าของทีมให้ดูแลนักกีฬาตัวเองด้วย ว่ามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไหม

"แม้แต่ทีมผมเองก็ยังโดน โปลิศเทโร ไม่ใช่ว่าทีมของผมไม่โดน และไปหาเรื่องราว ตนบอกไว้เลยมาเฟียฟุตบอลมีแต่ทีมใหญ่ๆทั้งนั้น และมีทีมกลางๆคอยร่วมมือ ถ้าเอ่ยชื่อไปทุกคนก็รู้อยู่แล้ว แต่ขอสงวนไว้ไม่เปิดเผย เพราะจะเป็นการพาดพิง แต่ขบวนการสืบสวน ข้อมูลต่างๆอยู่ที่ทีมงานของตำรวจหมดแล้ว โดยเฉพาะทีมงานนครบาลและสอบสวนกลาง ผมถือว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ รอดูศาลตัดสินว่าจะออกมาอย่างไร ซึ่งเราว่าไปตามพยานหลักฐาน เราอยากให้วงการฟุตบอลมีความรุ่งโรจน์เหมือนประเทศอื่นๆ ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายใคร แต่สิ่งเหล่านี้ถ้ายังเกาะกินอยู่ในอาชีพพเหล่านี้ ตนมองแล้วไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 12 รายได้ถูกควบคุมตัวไว้หมดแล้ว มีกรรมการ 2 ราย นักกีฬา 5 ราย และผู้ร่วมทุน 6 ราย โดยขณะนี้มีการปล่อยตัวชั่วคราวและไปว่าตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป" พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 12 รายแบ่งเป็นความผิดในข้อหา "ร่วมกันให้ ขอให้ รับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่นักกีฬาอาชีพหรือผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ นักกีฬากระทำการล้มกีฬาและเพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขัน หรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม" ซึ่งเป็นความผิดตามม.83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และม.64 ม.65 แห่งพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 จำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.นายเชิดศักดิ์ บุญชู อายุ 45 ปี ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี 2.นายมานิตย์ โกมลวัฒนะ อายุ 47 ปี กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน 3.นายภาคภูมิ พันธ์นิกุล อายุ 31 ปี กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน 4.นายกิตติภูมิ ปาภูงา อายุ 30 ปี กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน 5.นายวัลลภ สมาน อายุ 45 ปี กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน และ6.นายธีรจิตร สิทธิศุข อายุ 42 ปี กรรมการผู้ตัดสินไลน์แมน และทั้งหมด 5 คนถูกแจ้งข้อหา "ลักลอบเล่นการพนัน(ทายผลฟุตบอล)พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต" อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันพ.ศ.2478 ตามมาตรา 12 ยกเว้นนายธีรจิตรฯ ที่ได้ดำเนินคดีไปอีกส่วนหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว

ทั้งนี้ได้ดำเนินคดีกับนายภูมรินทร์ คำรื่น อายุ 30 ปี กรรมการผู้ตัดสิน และนายธีรจิตร สิทธิศุข อายุ 42 ปี ผู้ตัดสินไลน์แมน ในข้อหาเป็นผู้ตัดสิน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขัน หรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่เที่ยงธรรม เป็นความผิดตามม.67 แห่งพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 นอกจากนี้ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอีก 5 ราย ในข้อหาเป็นนักกีฬาอาชีพ เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการล้มกีฬา อันเป็นความผิดตามม.65 แห่งพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ประกอบด้วย 1.นายวีระ เกิดพุดซา อายุ 33 ปี ผู้รักษาประตู ทีมนครราชสีมา มาสด้าเอฟซี 2.นายเสกสันต์ ชาวทองหลาง อายุ 34 ปี 3.นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี 4.นายสุทธิพงษ์ เหลาพร อายุ 27 ปี นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี 5.นายสุวิทยา นำสินหลาก อายุ 25 ปี นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามทั้ง 12 คนได้ขอประกันตัวทั้งหมด เจ้าหน้าที่ให้ประกันตัวชั่วคราวโดยใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า หลังตนได้เข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็มีคำถามเข้ามาว่ากีฬาฟุตบอลในประเทศไทยมีการกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้าจริงหรือไม่ ตนก็อยากพิสูจน์ว่ามีจริงหรือไม่ จึงได้มาหารือกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งได้ให้ความร่วมมืออย่างดีได้ โดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเกือบ 1 ปี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจึงไม่อยากทำอะไรที่ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอและไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้ได้ ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสปอร์ตเรดาห์ของเอเอ็มซี ซึ่งมีการประชุมหารือกันมาโดยตลอดโดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมาก่อนหน้านี้ และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า เรื่องผลการล็อคบอลหรือล้มฟุตบอลนั้นมีมานานแล้วเป็น 10 ปี แต่ไม่มีการดำเนินการใดใด เพื่อให้เรื่องนี้กระจ่าง อดีตผู้บริหารสมาคมหรือผู้มีอิทธิพลมีบารมีในวงการกีฬาก็เริ่มจากวิธีการขอร้อง บังคับ ขู่เข็ญ เสนอขอแลกเปลี่ยนประโยชน์ในด้านต่างๆ หรือทรัพย์สินเงินทอง ในการจะกำหนดการแข่งขัน เพื่อสร้างประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง ในอดีตเรื่องดังกล่าวไม่ค่อยรุนแรง แต่เมื่อพัฒนามาเป็นฟุตบอลอาชีพ ผลประโยชน์ที่จะตอบแทนกับสโมสรฟุตบอล หรือทีมฟุตบอลมีมากขึ้น เช่นการได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เงินรางวัล สปอนเซอร์สินค้า จึงเป็นเรื่องรุนแรงในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น บุคคลที่ตนพูดถึงตั้งแต่ต้นจึงหาวิธีการเอาเปรียบด้วยการกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้า ต่อมามีการพนันฟุตบอลขึ้นมาและการเข้าถึงพนันฟุตบอลง่ายขึ้น เมื่อมีการพนันขึ้นมา บุคคลเหล่านี้จึงหาประโยชน์จากการล็อคผลฟุตบอลล่วงหน้ามาเล่นการพนัน

"มีคำถามมาถึงตนว่า มีการเปิดเผยและจับกุมเช่นนี้ วงการฟุตบอลจะดูตกต่ำ หรือการเชื่อถือของวงการฟุตบอลจะเสื่อมเสียไหม ตนขอบอกตรงนี้ว่าถ้าการล็อคผลบอล หรือล้มบอลล่วงหน้า เปรียบเสมือนโรคร้ายในร่างกายเรา ถ้าเรารู้ว่ามีเราต้องรักษา ถ้าเป็นโรคร้ายเช่นโรคมะเร็งร้านก็ต้องผ่าตัด การผ่าตัดต้องเจ็บ การรักษามีโอกาสหายแต่ถ้าเราไม่รักษาปล่อยให้โรคนี้อยู่กับตัวเราต่อไปเรื่อยๆ ก็รอวันตาย ตนได้คุยกับผบ.ตร.แล้ว ได้ประเมินผลได้ผลเสีย ซึ่งผลเสียมีมากกว่า ตนจะไม่รอวันตาย เหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการล็อคผลการแข่งขันด้วยการพนันแล้ววงการฟุตบอลก็ล่มสลาย" พล.ต.อ.สมยศ ระบุ

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกด้วยว่า ขบวนการนี้มีการทำกันเป็นระบบ มีนายทุนทั้งนายทุนไทยและนายทุนต่างประเทศที่เข้ามาทำในเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ ซึ่งตนพูดจากการที่ตำรวจได้เชิญผู้ตัดสิน นักกีฬา และบุคคลที่อยู่ในข่ายมาสอบปากคำซักถาม โดยทุกคนยืนยันว่ามีอยู่จริงและมีมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่วันนี้ทุกคนกล้าพูดและกล้าเปิดเผย เพราะทุกคนรู้ว่าการทำงานของตำรวจปกปิดไม่ได้ โดยหลังจากนี้ 12 คนที่ถูกออกหมายจับ ไม่ได้มีแค่นี้ ถ้ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะดำเนินการต่อ อย่างที่ตนเปรียบคือมวยเพิ่งเริ่มยกที่หนึ่ง ต้องมียกที่สองและสาม ในส่วนของตรงนี้งานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่หมด อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยวงการกีฬาฟุตบอลอยู่ต่อไป และช่วยประเทศชาติ ถ้าไม่มีความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีทางทำสิ่งนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยแท้ เป็นสิ่งที่จะทำให้วงการฟุตบอลไม่ล่มสลาย

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า อย่างที่เห็นในข่าวว่าซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมามีการล้มบอล การล้มบอลในประเทศมาเลเซียถ้าเป็นเรื่องจริง ก็ต้องเป็นนายทุนที่มาเลเซียและนายทุนจากสิงคโปร์ ร่วมกับนายทุนไทยด้วย จากการให้ปากคำจากผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการล็อคผลบอลในการแข่งขันคู่ไทยกับกัมพูชา ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับนักกีฬาสโมสร เพราะบางครั้งต้นสังกัดและสโมสรไม่มีส่วนรู้เห็น อย่างเช่น สโมสรนครราชสีมา ได้มีการโทรมาพูดคุยกับตนว่ามีความสงสัย แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีขบวนการแบบนี้ ตามคำบอกเล่าหรือคำให้การของผู้ตัดสิน มีผู้บริหารชุดเก่าของสมาคมฟุตบอลฯที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ใช้อำนาจหน้าที่ ข่มขู่ เสนอข้อแลกเปลี่ยน ตนว่าสื่อมวลชนรู้ดีว่าใครไม่ช่วยทีมนี้ ไม่ต้องทำหน้าที่ หรือทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งก็จะถูกแบน โดยเรื่องนี้ตนไม่ได้มีการพูดขึ้นมาลอยๆ การล็อคผลบอลมีมาอย่างยาวนาน เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวก


เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend