คุมเข้มบัตรเครดิต! เงินเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท ได้เครดิต 1.5 เท่า ห้ามมีเกิน 3 ใบ

ปัจจุบัน คนไทย 6.7 ล้านคน ถือบัตรเครดิตรวม 19.8 ล้านใบ เดิมมาตรการวงเงินบัตรเครดิต เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท วงเงินสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน

แต่ต่อไปทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้วางมาตรการคุมเข้ม ซึ่งมาตรการใหม่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

คุมเข้มบัตรเครดิต! 
เงินเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท
ได้เครดิต 1.5 เท่า ห้ามมีเกิน 3 ใบ



โดยทาง ธปท. ได้วางข้อกำหนด เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท วงเงินสูงสุด จะสะท้อนตามรายได้ของลูกค้า ดังนี้
-รายได้ (เงินเดือน) ต่ำกว่า 30,000 บาท วงเงินสินเชื่อ 1.5 เท่าของรายได้ (มีบัตรเครดิตได้ไม่เกิน 3 ใบ)
-รายได้ (เงินเดือน) ต่ำกว่า 50,000 บาท วงเงินสินเชื่อ 3 เท่าของรายได้
รายได้ (เงินเดือน) เกินกว่า 50,000 บาท วงเงินสินเชื่อ 5 เท่าของรายได้

คุมเข้มบัตรเครดิต! 
เงินเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท
ได้เครดิต 1.5 เท่า ห้ามมีเกิน 3 ใบ

รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ฤชุกร สิริโยธิน บอกว่า ที่ผ่านมาปัญหาหนี้ภาคครัวเรืองของไทยอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
แบงก์ชาติจึงเห็นความสำคัญต่อการดูแลหนี้ภาคครัวเรือน จึงได้ให้ความรู้ทางการเงินประชาชนอย่างต่อเนื่อง และเกิดคลินิกแก้หนี้ เพื่อแก้หนี้สำหรับผู้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย
ทั้งนี้แนวทางที่จะนำมาใช้อีกด้าน คือ การปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการก่อหนี้จนเกินความสามารถของประชาชนบางกลุ่ม

คุมเข้มบัตรเครดิต! 
เงินเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท
ได้เครดิต 1.5 เท่า ห้ามมีเกิน 3 ใบ


โดยมาตรการนี้ จะกำหนดวงเงินผู้ขอบัตรเครดิตตามความสามารถชำระหนี้จากรายได้ต่อเดือน
ผู้มีรายได้ต่ากว่า 30,000 บาท/เดือน ให้ได้รับวงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้
รายได้ตั้งแต่ 30,000 ถึง 50,000 บาท วงเงินไม่เกิน 3 เท่า
รายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป วงเงินไม่เกิน 5 เท่า
และปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตลง จากเดิม 20% เหลือ 18% ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

คุมเข้มบัตรเครดิต! 
เงินเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท
ได้เครดิต 1.5 เท่า ห้ามมีเกิน 3 ใบ


ขณะที่ แบงก์ชาติได้มีช่องทางเข้าถึงสินเชื่อในกรณีจำเป็นฉุกเฉินที่สำคัญต่อการดำรงชีพ โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการให้วงเงินชั่วคราวได้ และกำหนดการจ่ายคืนตามความสามารถการชำระหนี้
ทั้งนี้แนวทางการกำหนดวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิจ และสินเชื่อส่วนบุคคล จะมีผลบังคับใช้กับผู้ขอรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้
โดยที่เพดานอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะบังคับใช้ 1 กันยายนและมีผลกับผู้มีบัตรเครดิตเดิมและรายใหม่