ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

"แม่ - น้องบีม" เข้าพบรองปลัดยุติธรรม

443 0

จากกรณีนางพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดา ของ ด.ญ.ภัทรดา เเก้วผ่อง หรือน้องบีม ผู้เสียหายจากการประสบอุบัติเหตุรถยนต์ที่น้องบีมกับครอบครัวโดยสารมาชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 เป็นเหตุให้พ่อน้องบีมเสียชีวิต น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ แม่ บาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องบีมต้องถูกตัดขากลายเป็นคนพิการตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ซึ่งทางบริษัทเจ้าของรถพ่วงคู่กรณีได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ 5 ล้านบาท โดยจ่ายให้กับนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความอาสาที่รับว่าความนั้น

ความคืบหน้าที่ห้องประชุมมหาวชิราวุธ ชั้น 2 เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษก กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง ประธานฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภาและอุปนายกสภาทนายความ นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย นายวัชณ์ธิป แสดงมณี ทนายความ ร่วมกันแถลงแนวทางการช่วยเหลือทางกฎหมายกับนางพรทิพย์ จันทรัตน์ และด.ญ.ภัทรดา เเก้วผ่อง หรือน้องบีม

นายธวัชชัย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับนางพรทิพย์และน้องบีม ที่ได้เข้าไปในกระบวนการยุติธรรมจนได้ความเป็นธรรมมาแล้ว แต่ว่าความเป็นธรรมนั้นกลับไม่สามารถเป็นได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย กลับมีคนเข้ามาฉวยโอกาสฉกฉวยจนทำให้น้องบีมและครอบครัวซึ่งลำบากอยู่แล้วมาโกงซ้ำโกงซ้อน ทางรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้มอบนโยบายเรื่องนี้อย่างชัดเจนโดยให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือ จึงจัดให้ทีมนิติกรลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นมาอย่างไร เมื่อพบว่าเป็นข้อเท็จจริงตามข่าวที่ปรากฎ จึงได้ดำเนินการช่วยเหลือในส่วนแรกจะนำกองทุนยุติธรรมไปช่วยเหลือเรื่องค่าทนายความ โดยจะเข้าไปจัดการเรื่องเงินวางศาล ส่วนของสภาทนายความในเรื่องของคดีมรรยาททนายความ เมื่อตรวจสอบในรายละเอียดพบว่านางพรทิพย์ได้เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปี 2558 แต่เนื่องจากที่อยู่ในท้ายคำร้องเป็นที่อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางเนติบัณฑิตยสภา และทนายความพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงมีการขาดช่วงหายไป

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า จากนี้ 3 หน่วยงานหลักประกอบด้วย1.กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กองทุนยุติธรรม 2.เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.สภาทนายความ จะร่วมกันช่วยเหลือในส่วนคดีแพ่งที่จะไปเรียกเงินคืนจะต้องมีเงินวางศาลประมาณ 2% เป็นเงินประมาณกว่า 60,000 บาท ทางกระทรวงยุติธรรมโดยกองทุนยุติธรรมจะเขียนเช็ครอไว้สำหรับดำเนินการได้เลย อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติทางทีมทนายความจะเป็นผู้เขียนคำร้องขอกับศาลในฐานะผู้ยากไร้ก่อน หากศาลพิจารณาแล้วอนุญาตลดเงินส่วนดังกล่าวจะกลับเข้ามาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่อไปอีก ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทางเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์และสภาทนายความจะรับไปดูแลต่อ

ส่วนกรณีที่นางพรทิพย์ได้ขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ และหน่วยงานอื่น แต่ทุกอย่างเงียบไปทางด้านนายเสาวภักดิ์ ชี้แจงว่า เมื่อทราบว่ามีการมายื่นเรื่องที่สภาทนายความไว้แล้ว จึงได้ทำการตรวจสอบไปที่ฝ่ายทะเบียนในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมายปรากฎว่ายังไม่มีการเข้ามายื่นเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีข้อมูลในทะเบียนผู้รับเรื่องแต่อย่างใด จึงพยายามตรวจเช็คในรายละเอียดต่างๆ พบว่ายังไม่ได้ยื่นเรื่องไว้ ทางสภาทนายความจึงยังไม่ได้ส่งทนายอาสาไปช่วยในการยื่นเรื่อง

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า งานช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาทนายความ หรือเนติบัณฑิตยสภา จะไม่มีทนายที่วิ่งไปหาตัวความแต่จะเป็นงานที่เข้ามาขอความช่วยเหลือแล้วสภาทนายความหรือเนติบัณฑิตยสภาจะมีการสอบข้อเท็จจริงเมื่อเข้าเกณฑ์เงื่อนไขคือยากไร้ และไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะจัดทนายความให้ ซึ่งทนายความตามข่าวที่ปรากฎบอกว่าเป็นทนายความอาสา คือทนายความที่อาสาเข้ามาช่วยงานเอง ในข้อเท็จจริงทางนางพรทิพย์และน้องบีมได้แต่งตั้งทนายความท่านนั้นเข้าไปในชั้นบังคับคดีก็เลยเป็นเรื่องที่เมื่อเป็นข่าวออกมาก็โอละพ่อกัน จึงตรวจสอบไปที่สภาทนายความจึงถูกผลกระทบพอสมควร


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend