ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ครม.ปลดล็อค เป็นเจ้าของ 'บ้านประชารัฐ' ได้ง่ายขึ้น..ช่วยผู้มีรายได้น้อย

11.99K 661
ครม.ปลดล็อคเป็นเจ้าของ บ้านประชารัฐได้ง่ายขึ้น..ช่วยผู้มีรายได้น้อย

ครม.อนุมัติปรับปรุงเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐ และบ้านธนารักษ์ประชารัฐ หลังยอดอนุมัติสินเชื่อต่ำกว่าคาดการณ์

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐ และโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ หลังจากทั้ง 2 โครงการดำเนินการมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปี แต่มียอดการอนุมัติสินเชื่อต่ำกว่าคาดการณ์ กระทรวงการคลังจึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของทั้ง 2 โครงการดังกล่าว

ในส่วนของโครงการบ้านประชารัฐ ได้ยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ จากเดิมที่กำหนดว่า "ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน" เป็น "ปัจจุบันไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย" เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ปัจจุบันไม่มีที่อยู่อาศัย และมีความต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้สะดวกขึ้น เพราะบางกรณีผู้ขอกู้เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว

นอกจากนี้ ยังแก้ไขเงื่อนไขของมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย กรณีกู้เพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1.5 ล้านบาท/หน่วย จากเดิมที่กำหนดให้รวมราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย มาเป็นไม่ต้องนำราคาประเมินที่ดินมารวมพิจารณาด้วย

ส่วนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ แบ่งเป็น โครงการเช่าระยะสั้น ได้แก้ไขจาก "เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน และมีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน ในวันที่ยื่นจองสิทธิ" เป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน ในวันที่ยื่นจองสิทธิ"

ส่วนโครงการเช่าระยะยาว แก้จาก"เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน" เป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนที่ปัจจุบันไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย"

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร บอกว่า เป็นมาตรการที่ผ่อนคลายกว่าเดิม ส่วนจะจูงใจมากพอให้ผู้มาขอใช้สินเชื่อในโครงการนี้มากขึ้นหรือไม่ ยังต้องจับตาดูสถานการณ์ในระยะ 3-6 เดือนจากนี้ เพราะประเมินว่าผู้มีรายได้น้อยมักจะมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว แม้จะปลูกสร้างบนพื้นที่ขนาดเล็ก แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินการปรับเงื่อนไขดังกล่าว อาจส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการยกรระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มนี้ ไม่ผ่านเกณฑ์เช่นเดิม ส่วนการปรับเงื่อนไขของมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต เดิมกำหนดให้รวมราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย เป็นไม่ต้องนำราคาประเมินที่ดินมารวมพิจารณา ถือเป็นเกณฑ์ที่มีความสมเหตุสมผลมากขึ้น เพราะบางครั้งผู้บริโภคซื้อที่ดินไว้นานแล้วจากราคาหลักพันบาทต่อตารางวา และขึ้นเป็นหลักหมื่นบาทต่อตารางวา ก็จะไม่สามารถขอสินเชื่อดังกล่าวได้ เพราะประเมินราคาที่ดินแล้วเกินเกณฑ์ที่กำหนด 

นอกจากนี้ที่ผ่านมา ผู้มีรายได้น้อยอาจเข้าร่วมโครงการไม่มากนัก หากรัฐต้องการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้มองว่า การอุดหนุนดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ก็ถือเป็นแนวทางที่ดี เช่น ที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 1 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้นก็ขึ้นอีกอัตราเพิ่มขึ้น และอาจเพิ่มราคาที่อยู่อาศัยถึงระดับ 1.7 ล้านบาท


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend