ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"บิ๊กตู่" เปิดทำเนียบต้อนรับ "นายกมาเลย์" ถกเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

2.99K 153
บิ๊กตู่ เปิดทำเนียบต้อนรับ นายกมาเลย์ ถกเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

"บิ๊กตู่" เปิดทำเนียบต้อนรับ "นายกมาเลย์" ถกเศรษฐกิจ-ความมั่นคง ขอบคุณเปิดทางอำนวยความสะดวก ลั่น เดินหน้าพุดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ยอมรับคืบหน้าแค่สร้างความเข้าใจ ตั้งสภาธุรกิจไทย-มาเลย์ ตั้งเป้าการค้า 31,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 ด้าน "นาจิบ" ย้ำพร้อมอำนวยความสะดวก ร่วมยินดีผลประชามติ หยอดทั้งสองประเทศเหมือนพี่น้อง

เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.จัดพิธีต้อนรับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีระหว่างนายกฯไทย กับนายกฯมาเลเซียครั้งที่ 6 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำนายนาจิบตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ก่อนหารือข้อราชการเต็มคณะ โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)และพล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายก รัฐมนตรีและหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ร่วมประชุม

ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ และนายนาจิบ ได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City)สงขลาและนิคมอุตสาหกรรมยางพาราโกตา ปุตรา ระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับบริษัทเทรดวินส์ แพลนเทชัน เบอร์หาด จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ และนายนาจิบ แถลงข่าวร่วมกัน โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สำคัญมาก

ซึ่งหารือร่วมกันในหลายประเด็นทั้งการกำหนดวิสัยทัศน์และหาแนวทางในการยกระดับซึ่ง 2 ประเทศจะต้องมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยได้เห็นชอบร่วมกัน ทั้งเรื่องความมั่นคงการค้าการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ยังหารือในกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไทยต้องขอขอบคุณนายนายนาจิบที่ดำเนินบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการพูดคุย ไทยยังยืนยันที่จะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยต่อไป เพื่อให้การพูดคุยเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันก่อนที่จะดำเนินการในระยะต่อไป

ส่วนเรื่องความมั่นคงด้านอื่นๆนั้นทั้ง 2 ประเทศต่างเผชิญในเรื่องของภัยความมั่นคงที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้ายระหว่างประเทศ การเผยแพร่แนวความคิดสุดโต่ง อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ที่จะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยก็จะมีผลกระทบต่อมาเลเซียด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราต้องหาวิธีการที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนงานด้านการข่าวกรอง ข้อมูลการตรวจสอบคนเข้าเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ด้านเศรษฐกิจเราต่างเห็นชอบร่วมกัน และมาเลเซียเป็นตลาดไทยส่งออกข้าวอันดับ 2 ของไทย ดังนั้นไทย-มาเลเซียต้องทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายในการค้ามูลค่า 31,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2561จากเดิมที่มีมูลค่า 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการสนับสนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ 2 ประเทศ วันนี้ ได้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-มาเลเซีย และสภาหอการค้าไทย-มาเลเซียแล้ว โดยเราได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจตามเขตชายแดนเพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ส่งเสริมให้มีการค้าชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างสะพาน และเชื่อมโยงทางรถไฟทางคู่หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์และปาดังเบซาร์-อิโปร์ การขยายตลาดในด่านสะเดา จ.สงขลา และเห็นชอบร่วมกันก่อสร้างสะพานแม่น้ำโกลกทั้ง 2 แห่งในปี 2560 เพื่อแก้ไขปัญหาการขนส่งข้ามแดนโดยจะมีการหารือร่วมกันให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ได้หารือถึงการศึกษาการสร้างรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯไปกัวลาลัมเปอร์ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องยางพาราโดยไทยขอให้มาเลเซียช่วยเหลือใช้ยางอย่างครบวงจรทั้งการผลิตและแปรรูป รวมทั้งการตลาดและวันนี้เราได้ทำการปลูกยางน้อยลงแล้ว และไทยริเริ่มโครงการเมืองยางพาราในภาคใต้ซึ่งสอดคล้องกับเมืองยางพาราของมาเลเซีย และขอบคุณมาเลเซียที่ดูแลแรงงานไทย ส่วนเรื่องของสัญชาติที่ต้องดูแลร่วมกันเพราะประชาชนบางคนถือ 2 สัญชาติ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายกฯนาจิบที่มาหารือร่วมกันเพื่อนำแนวทางประชุมวันนี้ไปสร้างสรรค์สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของประชาชน 2 ประเทศและเป็นไปอย่างไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

ด้านนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรี มาเลเซีย กล่าวว่า จากผลการหารือมีผลสำเร็จทั้งในเนื้อหาสาระของการประชุมครั้งนี้ ตนสนับสนุนและเห็นชอบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กล่าวไว้ว่า ผลประโยชน์ระหว่างมาเลเซียและไทยมีความเชื่อมโยงกัน โดยความมั่นคงและความเจริญและผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศไม่สามารถแยกแยะจากกันได้ ซึ่งผู้นำทั้งสองเห็นชอบที่จะร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญจะต้องนำผลการหารือไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ซึ่งสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นำสิ่งที่ได้ตกลงกันในการประชุมครั้งนี้ไปปฏิบัติในเชิงสร้างสรรค์ให้เป็นรูปธรรม สำหรับสองประเด็นที่ได้หารือทั้งเรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจ นายนาจิบ กล่าวว่า ในเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคง มาเลเซียยืนยันที่จะดำเนินบทบาทผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป และขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลมาเลเซียมีความมุ่งมั่นและเข้าใจว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสถานการณ์ของประเทศไทย ซึ่งจะดำเนินการตามแนวทางที่รัฐบาลไทยกำหนด ซึ่งในฐานะที่รัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกก็จะช่วยเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันมาเลเซียก็จะช่วยพัฒนาทักษะ ฝีมือแรงงานให้กับเยาวชนไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนหลักสูตรสามัญและศาสนาควบคู่กันไป

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า ปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ไทยและมาเลเซียจะร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย การลักลอบการค้ามนุษย์และการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และแนวคิดสุดโต่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมมือกัน เนื่องจากผู้ก่อความไม่สงบมีการเคลื่อนไหว โดยอาศัยประเทศไทยและมาเลเซียเป็นฐานในการเคลื่อนไหว ดังนั้นเราต้องร่วมมือกันเพื่อปราบปรามและป้องกัน ดังนั้นการร่วมมือกันด้านข่าวกรอง และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นที่ต้องการทั้งไทยและมาเลเซียในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งกันและกัน " หน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศจะต้องร่วมมือกันในการสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อหารือในรายละเอียดและกำหนดขอบเขตงบประมาณในการก่อสร้างรั้วดังกล่าว นอกจากนี้ผมและพล.อ.ประยุทธ์ เห็นชอบร่วมกันในเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ ถือเป็นปัญหาสำคัญในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา" นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าว นายนาจิบ กล่าวว่า ในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติเราจำเป็นต้องดำเนินการตามความเหมาะสมระหว่างสองประเทศ ส่วนเรื่องบุคคลสองสัญชาตินั้น ตนเห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่จำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลร่วมกันบนพื้นฐานโดยอาศัยเครื่องไบโอแมทริกซ์ เพื่อที่จะสามารถกำหนดและแยกแยะบุคคลสองสัญชาติได้ เพราะการที่เราจะมาเปรียบเทียบชื่อคงไม่สามารถรู้สถานะของบุคคลสองสัญชาติได้ เพราะคนเหล่านี้มีหลายชื่อ จึงคิดว่าการเปรียบเทียบโดยใช้เครื่องไบโอแมทริกซ์จะสามารถพิสูจน์จะสามารถพิสูจน์ได้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า รัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศและอาเซียน

นายนาจิบ กล่าวด้วยว่า ขอแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ทั้งนี้เพื่อกำหนดอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย และเชื่อว่าหากสองประเทศมีเสถียรภาพความมั่นคงที่ดี ก็จะนำมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ในตอนท้าย นายนาจิบ กล่าวว่า ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของมาเลเซีย กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมาเลเซียว่า 1ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็เหมือนเป็นพี่น้องที่ดื่มน้ำจากบ่อน้ำเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ทั้งสองประเทศมีความเชื่อมโยงกัน จากนั้นเวลา 18.30 น. นายกรัฐมนตรีและภริยาจะเป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและภริยาในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก)


เรื่องโดย อนพัทย์ ดีช่วย | ภาพโดย วรวิทย์ พุ่มพวง / Nation Photo
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend