ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แม่หนุ่มลักเงินขู่ลูกชาย ไม่เลิกยุ่งวีเจสาว เจอแจ้งจับ"คดีลักทรัพย์" ลูกพ้อ! ตัดใจไม่ได้ "ยอมติดคุก"

160.67K 13.55K
แม่หนุ่มลักเงินขู่ลูกชายไม่เลิกยุ่งวีเจสาว เจอแจ้งจับคดีลักทรัพย์ลูกพ้อ! ตัดใจไม่ได้ ยอมติดคุก

แม่หนุ่มลักเงินแจกวีเจสาวขู่ลูกชาย ถ้าไม่ตัดใจจากฝ่ายหญิงเจอแจ้งจับคดีลักทรัพย์ ด้านลูกพ้อยังตัดใจไม่ได้ ลั่นยอมติดคุก

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 21 ก.ค. นายระพีพัชร หรือแนท ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ เปิดเผยภายหลังวีเจสาวได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าเงินที่ให้กับวีเจสาวนั้น ไม่ถึง 1.2 ล้านบาท โดยนายระพีพัชร ยืนยันว่า ตนไม่เคยบอกว่าวีเจสาวหลอกลวง หรือเอาเงินตนเองไปถึง 1.2 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวยังได้นำไปใช้ส่วนอื่นๆด้วย ทั้งนี้ เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แม่ต้องการแจ้งความจับตน เพราะมาทราบว่าตนนำเงินในบัญชีธนาคารไปใช้ ก็เหมือนกับการขโมยเงินทั่วไปว่าเอาไปใช้อะไร แต่โชคร้ายที่ได้นำเงินส่วนหนึ่งไปให้กับวีเจสาวด้วย ทำให้หลายคนคิดว่าวีเจสาวก็มีส่วนร่วมรู้เห็นเรื่องที่ตนขโมยเงินแม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่แม่สามารถจะคิดไปแบบนั้นได้

"ส่วนเรื่องที่จะขอเงินคืนนั้น ผมไม่เคยคิด เพราะยังมีใจรักวีเจสาวคนนี้อยู่ ยังตัดใจไม่ได้ ส่วนเรื่องที่แม่จะให้ตำรวจดำเนินคดีผม ผมก็ยินดี และในวันเดียวกันนี้ผมเพียงแต่ไปให้ข้อมูลกับตำรวจ ปอท. เรื่องการใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้เท่านั้น ไม่ได้ไปร้องเรียน หรือแจ้งความ ซึ่งทางตำรวจต้องการตรวจสอบว่า แอพพลิเคชั่นนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร และต่อจากนี้ไป ผมคงจะไม่เปิดเล่นแอพนี้อีกแล้ว เพราะถือเป็นบทเรียน" นายระพีพัชร กล่าว

ด้านนางศิริกานต์ มารดาของนายระพีพัชร กล่าวว่า หลังจากที่ได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของวีเจสาวแล้ว รู้สึกไม่พอใจ เนื่องจากวีเจสาวพูดไม่ชัดเจน ซึ่งยอมรับมาแล้วว่า แม้จะไม่ได้เอาเงินไป 1.2 ล้านบาท แต่ก็ยังได้รับไปจำนวน 4 แสนกว่าบาท และมีการโอนเข้าระบบในแอพพลิเคชั่นนี้ 2 แสนบาท แล้ววีเจสาวเอาเงินไป 2 แสนบาท ก็รู้ยอดชัดเจน ทำให้เห็นว่าการที่บอกว่ารักแท้ และรักลูกชายตนนั้น

แล้วทำไมต้องเอาเงินลูกชายไปเข้าในระบบ เพื่อให้รายได้กับบริษัท และวีเจสาวก็ได้ส่วนแบ่ง อย่างนี้จะเรียกว่ารักได้อย่างไร ถ้ารักก็ไม่ต้องให้แฟนตัวเองต้องมาเสียเงิน ถ้าอยากได้เงินทำไมไม่ขอดีๆ ให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองไปเลยก็ได้ แต่นี่แสดงว่าต้องการทำแต้ม ทำยอด เหมือนลูกชายเป็นคนที่มาเล่นทั่วไป ไม่ได้แตกต่างกับคนอื่นๆเลย ทำให้รู้สึกเสียใจ ตอนนี้ยังยืนยันว่าจะดำเนินคดีข้อหา ลักทรัพย์กับลูกชายตนเองอยู่ หากภายใน 7 วันที่ขอตำรวจภาคทัณท์เอาไว้ ยังพบว่าติดต่อ หรือมีใจให้กับวีเจสาวคนนี้อยู่ ก็จะดำเนินคดีทันที โดยไม่ดำเนินคดีกับวีเจสาว

"ถ้าถามว่าอยากได้เงินคืนมั้ย ก็อยากได้คืน เพราะเงินจำนวนนี้เป็นเงินของพี่น้องนายระพีพัชร ด้วยที่ใส่เอาไว้ในบัญชีของฉัน ส่วนที่ตำรวจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะตรวจสอบเรื่องของแอพลิเคชั่นนี้ ก็เป็นเรื่องของตำรวจ เพราะไม่ได้แจ้งความเรื่องเรื่องแอพ เป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องมาดูแล อย่าให้มีคนเสียเงินแบบนี้อีก เชื่อว่าคงมีอีกหลายคนที่เสียเงินไปแล้ว เหมือนกับครอบครัวฉัน แต่ไม่ได้ออกมาพูดหรือมีปัญหา" นางศิริกานต์ กล่าว กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีข้อความส่งมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง เข้ามาในเฟสบุ๊คแฟนเพจของสื่อมวลชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยบอกว่า ขณะนี้ทางบริษัทต้นสังกัดของวีเจสาวได้มีการเปิดกล้องทำละครซีรี่ย์ชื่อ "ตอนเจ็บเพราะรัก" โดยมีการบวงสรวงกันไปแล้วที่ศาลพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวาง ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงของความรัก ซึ่งมีดาราร่วมแสดงจำนวนมาก แต่ยังไม่ระบุช่อง และการออกอากาศ


เรื่องโดย สัมฤทธิ์ | ภาพโดย อังสุมา ศรีดอกคำ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend