ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

อัยการฟ้องแล้ว! 3 ข้อหา " 6 โจ๋ – แฟนสาว " เจตนาฆ่าชายพิการขายขนมปัง

25.76K 5.48K

11 ก.ค.59 -- อัยการ สั่งฟ้องแล้ว " 6 โจ๋ แฟนสาว " 3 ข้อหา เจตนาฆ่าชายพิการ ขายขนมปังโชคชัย 4 ,บุกรุก และพกมีดในเมือง เล็งฟ้องศาลอาญา 13 ก.ค.นี้ ทันครบกำหนดฝากขัง พร้อมค้านประกันชั้นศาล ส่วนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลักฐานไม่ชัด ชี้กระทำปัจจุบันทันด่วน ไม่คิดทบทวนก่อนลงมือ แต่ไม่ตัดสิทธิ์ญาติฟ้องเอง

ที่ห้องประชุมชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษกวันที่ 11 ก.ค.59 เวลา 15.30 น. ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด , นายวิเชียร ถนอมพิชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงความคืบหน้าการสั่งฟ้อง กลุ่มวัยรุ่น ที่รุมทำร้าย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายขาพิการ อาชีพส่งขนมปัง จนเสียชีวิต ที่ซอยโชคชัย 4 แยก 69 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ร.ท.สมนึก โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ได้ส่งสำนวนคดีพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้อง นายพีระพล หรือเปา ยศพงษ์อนันต์ อายุ 21 ปี ,นายอัครเดช หรืออั๋น ทัศนะอายุ 22 ปี , นายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ อายุ 22 ปี , นายจตุพร หรือเบียร์ จันทร์โสภา อายุ 18 ปีเศษ , นายเมฆ พลไกรสร อายุ 19 ปี, นายอรินทร์ หรือเตอร์ ยศพงษ์อนันต์ อายุ 20 ปี,น.ส.ณัชนิชา หรือเกมส์ ฤทธิ์ล้ำเลิศ อายุ 19 ปีเศษ ผู้ต้องหาที่ 1-7 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร และกล่าวหาว่า นายอัครเดช,นายจตุพร,นายเมฆ และนายอรินทร์ ผู้ต้องหาที่ 2,4,5,6 ว่า ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ

ในชั้นพิจารณาของอัยการ นางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาในคดีนี้ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ขอให้แจ้งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 7 รายเพิ่มเติมในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 289 แต่นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา พิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2,4,5,6 เพิ่มเติมในข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถานฯ ตามสำนวนของพนักงานสอบสวน

ส่วนข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น คณะทำงานรองอธิบดีอัยการและอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาพิจารณาพยานหลักฐานและหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของมารดาผู้ตายแล้วเห็นว่ายังไม่เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 เพราะการกระทำเป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วน ไม่มีการคิดไตร่ตรอง ทบทวนแล้วจึงตกลงใจไปกระทำความผิด ดังนั้นอัยการจึงงดแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ขณะที่นายวิเชียร รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ขณะนี้อัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ซึ่งรับผิดชอบสำนวนคดีกำลังร่างคำฟ้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จและยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดได้ทันภายในวันพุธที่ 13 ก.ค.นี้ ที่จะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ อย่างไรก็ดี หากยื่นฟ้อง อัยการก็จะคัดค้านการให้ประกันตัวด้วยเหตุผลว่า อาจจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า ญาติผู้ตายสามารถที่จะร้องขอเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ และเพิ่มฟ้องเองในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289ได้หรือไม่

นายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ต้องแยกเป็น 2 กรณี หากจะเข้าเป็นโจทก์ร่วม ญาติสามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้เลย แต่การฟ้องจะต้องยึดสำนวนที่อัยการยื่นฟ้อง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา288เป็นหลัก และถ้าขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมแล้ว จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง อัยการก็ยินดีที่จะช่วยเหลือทางกฎหมายร่างคำร้องในการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ให้ศาลพิจารณาร่วมกับสำนวนในคดีอาญาด้วย ซึ่งการแจ้งสิทธิฟ้องแพ่งดังกล่าว อัยการจะต้องแจ้งให้ผู้เสียหายทราบในทุกคดีที่เป็นหลักปฏิบัติอยู่แล้ว

และถ้าเป็นกรณีที่จะใช้สิทธิยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามมาตรา 289 ก็สามารถยื่นฟ้องเองได้ เพราะเป็นสิทธิตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 นั้น กฎหมายบัญญัติ ระวางโทษให้ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend