ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เร่งเช็คประวัติฆ่าปาดคอครูสาว เผยเคยต้องคดีข่มขืนมาแล้ว

14.08K 987
เร่งเช็คประวัติฆ่าปาดคอครูสาว เผยเคยต้องคดีข่มขืนมาแล้ว

ยธ.เร่งเช็คประวัติฆาตกรฆ่าข่มขืนครูสาวสั่งแยกขังป้องกันถูกเพื่อนนักโทษรุมสกรัมลดชั้นเป็นนักโทษชั้นเลวหมดสิทธิได้อภัยโทษอธิบดีคุมประพฤติเผยเคยมีขอพักโทษแต่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ด้านราชทัณฑ์แจงมีโปรแกรมพัฒนาจิตใจปต่ยังไม่ครอบคลุมเหตุขาดแคลนนักจิตวิทยา

กระทรวงยุติธรรม. - 4ก.ค.59.นายกอบเกียรติ.กสิวิวัฒน์.รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกำกับดูแลกลุ่มภารกิจพัฒนาพฤตินิสัยกล่าวว่าเบื้องต้นได้รับรายงานจากเรือนจำว่าหากได้รับตัวผู้ต้องหาเรือนจำจะแยกการคุมขังนายชาตรีรวมสูงเนิน.ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืนครูสาวเพื่อไม่ให้ถูกเพื่อนผู้ต้องขังอื่นๆที่รับทราบข่าวพฤติการณ์ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญรุมทำร้ายร่างกายในเรือนจำโดยเรือนจำจัดให้มีนักโทษที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้คุมดูแลใกล้ชิดสำหรับผู้ต้องขังคดีข่มขืนจัดเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งเพราะคนปกติจะไม่ก่อคดีเช่นนี้เว้นแต่มีอาการมึนเมายาเสพติดในเรือนจำจึงจัดให้มีโปรแกรมบำบัดและพัฒนาจิตใจนักโทษกลุ่มนี้เป็นการเฉพาะซึ่งเป็นโปรแกรมเดียวกับการบำบัดรักษาของเรือนจำในต่างประเทศแต่การบำบัดฟื้นฟูของไทยยังทำได้ไม่เต็มที่เพราะขาดแคลนนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์จึงจัดโปรแกรมบำบัดได้เพียงเรือนจำในเขตกทม.ไม่ครอบคลุมถึงเรือนจำในต่างจังหวัด

สำหรับนายชาตรีเคยต้องโทษฐานความผิดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นก่อเหตุในพื้นที่จ.สระบุรีศาลตัดสินลงโทษจำคุก2ปีนับตั้งแต่วันที. 4.ก.พ.57โดยจะพ้นโทษจำคุก4ก.พ.59โดยนายชาตรีต้องโทษในเรือนจำจังหวัดสระบุรีจนถึงวันที่3ก.พ.58จึงถูกย้ายไปเรือนจำจังหวัดปทุมธานีเพื่อฝึกวิชาชีพต่อมาได้รับการอภัยโทษในวโรกาสพิเศษ4เดือน24วันคงเหลือโทษจำคุก1ปี7เดือน6วันพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อวันที่8ก.ย.58เมื่อนายชาตรีก่อคดีอาญาซ้ำและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำอีกครั้งจะถูกจัดเป็นนักโทษชั้นเลวเนื่องจากกระทำความผิดซ้ำภายในเวลา5ปีและจะไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษทั้งนี้จากสถิตินักโทษเด็ดขาดของกรมราชทัณฑ์แยกตามลักษณะความผิดคดีความผิดเกี่ยวกับเพศมีทั้งสิ้น4,391คดีแบ่งเป็นนักโทษชาย3,406รายนักโทษหญิง985รายคิดเป็นร้อยละ1.68

ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์เศวตนันทน์อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า.จากการตรวจสอบประวัติของนายชาตรีพบว่าขณะได้รับโทษจำคุก. 2ปีในคดีข่มขืนนายชาตรียื่นเรื่องขอพักการลงโทษโดยเรือนจำระบุว่ามีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์เพราะต้องโทษจำคุกแล้ว2ใน3แต่ในชั้นสืบเสาะพฤติกรรมพบว่าผู้ต้องขังรายนี้ไม่มีญาติมารับตัวจึงเสนอความเห็นไม่สมควรพักโทษ.แต่ต่อมานายชาตรีได้รับการอภัยโทษในวโรกาสพิเศษจึงได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด.อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดปัญหาผู้พ้นโทษออกมาก่อคดีอาญาทำร้ายสังคมหนักขึ้น.กรมคุมประพฤติจะแก้ระเบียบ.ดึงอำนาจการสืบเสาะเพื่ออนุมัติพักโทษซึ่งเคยกระจายอำนาจให้กับผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกลับมายังอธิบดีกรมคุมประพฤติ.เพื่อให้การพักโทษหรือปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษผ่านการตรวจสอบอย่างรัดกุม และเพื่อไม่ให้การคืนคนดีสู่สังคมกลายเป็นการคืนคนที่เลวกว่าเดิมกลับให้สังคม

ทางด้านนายวิศิษฏ์ วิศิษฎ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทางเพศในกลุ่มเยาวชนว่า. กรมพินิจฯมีโปรแกรมติดตามพฤติกรรมของเยาวชนที่กระทำความผิดทุกประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติดคดีฆาตกรรมและคดีประเภทอื่นๆอยู่แล้ว ส่วนคดีความผิดทางเพศนั้นไม่ติด1ใน5ของเยาวชนที่กระทำความผิด ซึ่งพบว่ามีเพียง10 % เท่านั้นอย่างไรก็ตาม หลังจากกรมพินิจฯได้นำระบบจัดทำแผนให้คำปรึกษาแนะนำติดตามดูแลเด็กและเยาวชนเฉพาะรายตั้งแต่เริ่มเข้ามาในศูนย์หรือระบบIRC (Individual Routing Counselor)เข้ามาในช่วง2ปีที่ผ่านมา ในกลุ่มเด็กที่ความเสี่ยงสูงพบว่ามีเด็กกลับไปทำความผิดซ้ำไม่ถึง2 %ในภาพรวมถือว่าสามารถแก้ปัญหาการกระทำผิดซ้ำได้ดีขึ้น แต่ในส่วนของเรือนจำสภาพปัญหามากกว่ากรมพินิจฯหลายเท่าตัว. การจัดโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูจึงทำได้ยากกว่า


เรื่องโดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย | ภาพโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์,NationPhoto
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend