ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

คุก 14 เดือน “หนุ่ม”ยิงหมาตายหน้าห้าง-รอลงอาญา 2 ปี สั่งคุมประพฤติ

2.90K 1.57K
คุก 14 เดือน  “หนุ่ม”ยิงหมาตายหน้าห้าง-รอลงอาญา 2 ปี สั่งคุมประพฤติ

ที่ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก - 24 มี.ค.59 - พิพากษาจำคุก 14 เดือน ปรับ 7,500 บาท หนุ่ม ยิง หมาตายหน้าห้าง สังเวยพ.ร.บ.อาวุธปืน-ทารุณกรรมสัตว์ ขณะที่ไม่เคยมีประวัติทำผิด ศาลให้โอกาส รอลงอาญา 2 ปีพร้อมสั่งคุมประพฤติ-บำเพ็ญประโยชน์สังคม

เมื่อเวลา 11.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.806/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 โจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิชา บุญลือลักษณ์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ ฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกข์เวทนา ตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490

โดยอัยการโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.58 เวลากลางคืน จำเลยมีอาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด ไม่มีหมายเลขทะเบียน และกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดอีกหลายนัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยพกอาวุธดังกล่าวติดตัวไปตามถนนสาธารณะ และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาขาลาดพร้าว โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วใช้อาวุธปืนนั้น ยิงสุนัขสีขาวดำ หลายนัด ซึ่งกระสุนปืนถูกบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง เป็นเหตุให้ขาทั้ง 4 ข้างของสุนัขเป็นอัมพาต มีเลือดไหลออกในปอดจำนวนมาก และถึงแก่ความตาย เหตุเกิด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาขาลาดพร้าว เขตวังทองหลาง ซึ่งจำเลยรับสารภาพ ข้อหากกระทำการทารุณกรรมสัตว์ ฯ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ แต่ปฏิเสธต่อสู้คดีข้อหา มีอาวุธไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนฯ

โดยวันนี้ นายวิชา จำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความ ขณะที่ น.ส.ภณิตา สุนทรัตต์ อายุ 47 ปี ผู้เข้าแจ้งความและดูแลสุนัขที่ถูกยิงตาย ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า แม้จำเลย จะอ้างว่าได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ก็ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ จำเลยเบิกความกล่าวอ้างเพียงลอยๆ ว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน ส่วนที่จำเลยยังอ้างเหตุที่ไม่ได้นำอาวุธปืนส่งพนักงานสอบสวน เพราะเกรงจะถูกขอขมาต่อกลุ่มพิทักษ์สัตว์และทำให้เป็นข่าวดังนั้น ในชั้นสอบสวนพบว่าจำเลยมีบุคคลใกล้ชิด ร่วมเข้าฟังการสอบสวน ด้วยซึ่งขณะนั้นจำเลยสามารถที่จะนำอาวุธปืนของกลางและหลักฐานต่างๆมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนัก กรณีจึงฟังได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย

ส่วนการที่จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงสุนัขให้ได้รับความทรมานนั้น ก็เป็นความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ และการกระทำนั้นยังเป็นควาผิดฐานยิงอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้านหรือในที่ชุมชุน

จึงพิพากษาว่า จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 20 และ 31 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม

ให้จำคุก 8 เดือนและปรับ 4,000 บาทฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต , ฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ ให้จำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท และฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ฯ ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาทขณะที่จำเลยรับสารภาพความผิดบางข้อหา เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานพาอาวุธปืนฯ ให้จำคุก 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท และฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ฯ จำคุก 3 เดือนและปรับ 2,500 บาท

รวมโทษทุกกระทงความผิด 3 ข้อหาแล้ว ให้จำคุกจำเลย ทั้งสิ้น 14 เดือน ( คิดเป็น 1 ปี 2 เดือน) และปรับ 7,500 บาท แต่ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมสั่งคุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปีด้วยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์อีกเป็นเวลารวม 12 ชั่งโมง

ภายหลัง นายวิชา จำเลย กล่าวว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาลทุกอย่างและคงไม่อุทธรณ์คดีแล้ว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เคยถูกสุนัขตัวดังกล่าว ไล่กัดขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลายครั้ง รวมถึงคนอื่นๆด้วย โดยวันเกิดเหตุก็ถูกสุนัขวิ่งไล่กัดอีก ตนจึงทำไปเพราะความโมโห ผมขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมจะปรับปรุงตัวเอง และบำเพ็ญประโยชน์ตามที่ศาลพิพากษา

ด้าน น.ส.ภณิตา ผู้ที่เคยให้การดูแลสุนัข กล่าวด้วยว่า พอใจคำพิพากษา ที่จะเป็นบทเรียนให้กับสังคม โดยตลอดเวลา 1 ปีเศษการดำเนินคดี ตนคิดว่านายวิชาคงได้รับบทเรียน

อยากฝากถึงสังคมและคนที่คิดจะทารุณกรรมสัตว์ให้คิดว่าผิดกฎหมาย ซึ่งการสั่งสอนสัตว์เล็กๆน้อยๆ ตามสมควรก็คงไม่มีปัญหา แต่หากลงโทษให้สัตว์ถึงแก่ความก็เกินกว่าเหตุ


เรื่องโดย เกศินี แตงเขียว | ภาพโดย กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend