ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

คุก! 37 ปี 4 เดือน "มือปืนป๊อปคอร์น" ไม่รอลงอาญา

45.64K 7.72K
คุก! 37 ปี 4 เดือน มือปืนป๊อปคอร์น ไม่รอลงอาญา

ที่ศาลอาญา - 3 มี.ค. 59 - ศาลชั้นต้นพิพากษาคุกตลอดชีวิต วิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ มือปืนสวมถุงป๊อบคอร์น ยิงปะทะชุมนุม กปปส.- เสื้อแดงหนุนเลือกตั้งปี 57 แยกหลักสี่ มีทั้งเสียชีวิต-บาดเจ็บ ศาลชี้ มี ตร. 2 ปาก สืบสวนหาคนร้าย ภาพวงจรปิด ยันชัด รับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษเหลือคุก 37 ปี 4 เดือน ขณะที่ทนาย เตรียมหารือแนวทางอุทธรณ์ ส่วนคดีชายชุด นปช.ยิงปะทะ คอกวัวปี 53 ยังสืบพยานโจทก์

เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1626/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิวัฒน์ หรือท็อป ยอดประสิทธิ์ อายุ 25 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่า , พยายามฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหะสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 371 , พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา ม.4, 7, 8 ,72 และ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ม.5, 6, 11, ,18 ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.57 บรรยายความผิดสรุปว่า วันที่ 1 ก.พ.57 เวลากลางวัน จำเลยกับพวก ได้มีปืนเล็กยาวไม่ทราบชนิดและขนาด ติดตัวไปที่ทางแยกหลักสี่ เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยิงปืนเข้าไปในอาคารศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ซึ่งน.ส.สมบุญ สักทอง , นายนครินทร์ อุตสาหะ และนายพยนต์ คงปรางค์ ผู้เสียหายที่ 1-4 ได้รับอันตรายสาหัส และนายอะแกว แซ่ลิ้ว เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน แล้วเห็นว่า โจทก์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก เบิกความสอดคล้องกันเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนหาคนร้ายสวมเสื้อยืดชุดดำ ใส่หมวกไหมพรม ในมือสวมถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง ซึ่งต่อมาทราบชื่อเล่นว่า ท๊อป อาศัยอยู่ จ.พิษณุโลก ขณะที่มีภาพคนร้ายเปิดหมวกไหมพรมมีลักษณะคล้ายกับจำเลย เมื่อนำภาพถ่ายไปให้พี่ชายของจำเลยดู ก็ยืนยันว่าชายในรูปภาพเป็นน้องชายตนเองชื่อนายวิวัฒน์ ยิ่งทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

  แม้จำเลยจะสวมหมวกปิดหน้า แต่เมื่อมีการเปรียบเทียบลักษณะภาพถ่ายคนร้ายจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุกับภาพที่เปิดหมวกไหมพรม บุคคลในภาพมีลักษณะอ้วนคล้ายกัน แต่งกายชุดเหมือนกัน สวมเสื้อเกราะเช่นเดียวกัน ตำแหน่งติดอุปกรณ์วิทยุสื่อสารตรงกัน เมื่อนำรูปในทะเบียนราษฎร์มาเปรียบเทียบกับเอกสารของโจทก์ เห็นชัดว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนเดียวกับจำเลย โดยชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพและเป็นผู้นำชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีพนักงานสอบสวนและกระทำต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมาก หากจำเลยถูกข่มขู่ให้รับสารภาพจริงก็ควรร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนของจำเลย ขณะที่ข้อเท็จจริงที่ได้จากการนำสืบพบว่าช่วงวันเวลาเกิดเหตุมีชายชุดดำ 22 คน โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นว่ากลุ่มชายชุดดำเดินจากแยกหลักสี่ไปจุดกึ่งกลางระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่มาจากแยกลาดพร้าว กับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่ใช้หินขวางปาและยิงใส่กัน รวมทั้งมีการขนอาวุธปืนจากรถกระบะสีขาว ซึ่งมีภาพจำเลยวิ่งออกมารับอาวุธดังกล่าว นอกจากผู้ชุมนุมแล้วยังมีประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้บริการศูนย์การค้าไอทีสแควร์ การกระทำของจำเลยย่อมมีเจตนาเล็งเห็นได้ว่ากระสุนที่ยิงไปนั้นอาจถูกคนเสียชีวิตได้ เมื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ามีชายชุดดำตระโกนว่าให้เล็งไว้ถ้ามันออกมาแล้วสอยเลย หมายความว่าหากฝ่ายตรงข้ามเดินออกมาให้ยิงได้ทันที  ส่วนที่จำเลย นำสืบต่อสู้ในชั้นพิจารณาว่า ระหว่างเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กลุ่ม กปปส.อยู่ที่ศูนย์การค้าไอทีสแควร์นั้น รับฟังไม่ได้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงรับฟังได้ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นคนเดียวกับคนร้ายที่สวมชุดดำ และในมือสวมถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง โดยการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มีอาวุธปืนร้ายแรงที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ฐานมีอาวุธปืนและพกพาไปในที่สาธารณะที่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 4, 7, 8 และ 72 และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 5, 6, 11 และ 18 และประกาศเรื่องห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรม

 พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทหนักสุด และฐานมีอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืน จำคุก 6 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ มีเหตุให้บรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกฐานฆ่าผู้อื่น 33 ปี 4 เดือน และความผิดฐานมีอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืน จำคุก 4 ปี รวมจำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน ให้ริบของกลาง ภายหลัง น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทีมทนายความจำเลย กล่าวว่า เตรียมหารือกับทีมเพื่อจะต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ส่วนเรื่องประกันตัว คงต้องหารอหลักทรัพย์ซึ่งต้องใช้เงินประมาณ 3 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีญาติและเพื่อนของจำเลยมาร่วมฟังจำพิพากษาด้วย โดยภายหลังฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายวิวัฒน์ ไปควบคุมต่อที่เรือนจำคลองเปรม ทั้งนี้สำหรับนายวิวัฒน์ ตั้งแต่ ถูกฟ้อง ตลอดจนการพิจารณาคดี ศาลไม่เคยอนุญาตให้ประกันตัว

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดี ที่มีกลุ่มชายชุดดำระหว่างการปะทะในการชุมนุมนั้น ก็ยังมีอีกคดี คือ กลุ่มชายชุดดำ ที่แยกคอกวัว ในการชุมนุมของ นปช. เมื่อปี 2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ หรือ อ้วน สุ่มศรี อายุ 47 ปี ชาวกรุงเทพ , นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 26 ปี ชาวเชียงใหม่ , นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 35 ปี ชาวอุบลราชธานี , นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ47 ปี ชาวกรุงเทพ และนางปุนิกา หรือ อร ชูศรี อายุ 41 ปี ชาวกรุงเทพ เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในคดีหมายเลขดำ อ.4022/2557ฐานร่วมกัน พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ หรือชุมชน และมีอาวุธ เครื่องกระสูนปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4 ,8 ทวิ , 55 , 72 ทวิ และ 78

 ซึ่งอัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.57 จากกรณีเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 จำเลยทั้งห้ากับพวกที่ยังหลบหนี และพวกที่ถึงแก่ความตายไปแล้ว ร่วมกันพกอาวุธ เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด ที่สามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินให้เกิดความเสียหายได้ อาทิ เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 , ปืนเอ็ม 16 ,ปืนเอชเค (HK) 33 หรือปืนอาก้า ซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ไปตามบริเวณแยกคอกวัว ถ.ตะนาว ,ถ.ประชาธิปไตย แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร ในช่วงที่มีกลุ่มชายชุดดำ ระหว่างการชุมนุมของ นปช. โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ ในศาลอาญา ที่อัยการนำสืบพยานไปแล้วกว่า 10 ปาก

ต่อมา นายอะแกว แซ่ลิ้ว อายุ 72 ปี พ่อค้าขายน้ำอัดลมรถเข็น บริเวณหน้าโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 ที่เป็น 1 ในผู้เสียหาย ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงได้รับบาดเจ็บ ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2557

คดีดังกล่าว มีการสืบพยานเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2558 และศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษา จำคุก นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ มือปืนป๊อปคอร์น 37 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ผิดพ.ร.บ.อาวุธปืน ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend