ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2564

คุกตลอดชีวิต "ติ๊งต่าง"สำนวนที่สอง ข่มขืน ด.ญ. 4 ขวบเมืองเลย ก่อนฆ่าปกปิดความผิด

1.02K 226
คุกตลอดชีวิต ติ๊งต่างสำนวนที่สอง ข่มขืน ด.ญ. 4 ขวบเมืองเลย ก่อนฆ่าปกปิดความผิด

26 ม.ค. 59 --- หนุ่ยติ๊งต่าง ฆาตรกรข่มขืนน้องการ์ตูน เจอคุกสำนวนที่สอง ศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ข่มขืนเด็กหญิง 4 ขวบเมืองเลย ป่าละเมาะ งานกาชาด ปี 56 ก่อนฆ่าปกปิดความผิด

ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 ม.ค.59 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.163/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 และมารดาของเด็กหญิงผู้ตาย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายติ๊งต่าง หรือหนุ่ย หรือขุนเดช ไม่มีนามสกุล อายุ 33 ปี อาชีพรับจ้าง เป็นจำเลย ในความผิดฐาน พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ , หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ , กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยความโหดร้ายทารุณ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 277, 277 ทวิ , 283 ทวิ , 288 , 289 , 310 ,317

ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.58 บรรยายพฤติการณ์จำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.56 เวลากลางวัน ถึงเวลากลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลย ได้พราก ด.ญ.หญิง (นามสมมุติ) อายุ 4 ปีเศษไปจากเป็นตาซึ่งเป็นผู้ปกครอง โดยจำเลยพูดจาหลอกล่อ ว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อขนม เด็กหญิงจึงยินยอมไปด้วย แต่เมื่อเด็กหญิงต้องการกลับไปหาผู้ปกครอง จำเลยไม่ยอมให้กลับแล้วใช้กำลังบีบบังคับฉุดลากเด็กหญิงเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 400 เมตร ซึ่งจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวเด็กหญิงไว้ไม่ยอมให้กลับไปหาผู้ปกครอง อันเป็นการทำให้เด็กหญิงปราศจากเสรีภาพ และจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงจนสำเร็จความใคร่ โดยเด็กหญิงไม่ยินยอมและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จากนั้นจำเลยได้ฆ่าเด็กหญิงโดยทรมานหรือทารุณโหดร้าย ด้วยการใช้มือบีบคอทำให้ขาดอากาศหายใจ และถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย ขณะที่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ว่า จำเลยมีความผิด ตาม ม.317 วรรคสาม , 283 ทวิ วรรคสอง , 277 วรรคสาม , 277 ทวิ (2) , 310 วรรคสอง , 289 (5)(7) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรม จำคุก 9 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ , จำคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีฯ และให้ประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานเพื่อปกปิดความผิด

แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากผู้ปกครองฯ , จำคุก 25 ปี ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี และจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นฯ โดยให้นับโทษจำเลย ต่อจากคดีหมายเลขแดง 990/2557 ที่ศาลจังหวัดพระโขนง พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต จำเลยฐานฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน เด็กหญิงอายุ 6 ปี บริเวณป่าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแบริ่งด้วย ขณะที่อัยการโจทก์และจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาแต่เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง จำคุกตลอดชีวิตดังนั้นศาลชั้นต้นจึงได้ส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245

โดยวันนี้ ศาล เบิกตัว นายติ่งต่าง จำเลย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งตลอดการพิจารณาคดีจำเลยไม่เคยได้รับการปล่อยชั่วคราว

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นการกระทำของจำเลยกระทำผิดมาเบิกความเป็นพยาน แต่โจทก์มีบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ให้การรับสารภาพว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จำเลยพาผู้เสียหายเดินออกจากงานกาชาดจนถึงป่าละเมาะที่เกิดเหตุแล้วได้ใช้กำลังบีบคอผู้เสียหายจนสลบและกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่แล้วฆ่า ซึ่งคำให้การดังกล่าวได้เป็นการกล่าวถึงขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบโดยละเอียด ยากที่พนักงานสอบสวนจะจัดทำบันทึกให้การเพื่อปรักปรำจำเลยในเรื่องที่ไม่เป็นจริง ขณะเดียวกันโจทก์ก็มีพนักงานสอบสวนมาเบิกความเป็นพยานรับรองว่าจำเลยให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจและลงลายมือ ชื่อต่อหน้าทนายความที่พนักงานสอบสวนจัดหาให้

แม้คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยจะเป็นพยานบอกเล่าแต่โจทก์ก็มีพยานแวดล้อมทั้งผลการตรวจสอบกะโหลกศีรษะ โครงกระดูก เสื้อ กางเกงและรองเท้าแตะของผู้เสียหายที่ได้มีการตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ซึ่งมีเหตุผลรับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้พรากผู้เสียหายไปจากผู้ปกครองและได้ใช้อวัยวะเพศผู้เสียหาย ซึ่งแม้จำเลยจะไม่ได้สอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปใน อวัยวะเพศ ผู้เสียหาย แต่ก็ถือว่าจำเลยได้ลงมือชำเราแล้ว

ส่วนที่จำเลยได้ใช้กำลังบีบคออย่างแรง แล้วใช้เทปกาวสีดำพันทับศีรษะ ปากและคอจนผู้เสียหายขาดอากาศหายใจนั้นก็เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายให้เสียชีวิตโดยทรมานและทารุณโหดร้ายเพื่อปกปิดการกระทำของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองเพื่ออนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม , ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ตามมาตรา 277 วรรคสาม ประกอบมาตรา 283 ทวิ วรรคสอง , ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ ตามมาตรา 310 วรรคแรกและฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือทารุณโหดร้ายและเพื่อปกปิดความผิดของตนฯตาม มาตรา 289 (5)(7)

จึงพิพากษาให้จำคุกฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน และจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ส่วนความผิดฐานพยายามชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 8 ปี โดยให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นเวลาอีก 4 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (10) ที่บัญญัติให้ศาลพิพากษาเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับเพศที่ผู้กระทำผิดนั้นได้กระทำผิดซ้ำ จึงให้จำคุกจำเลยฐานพยายามชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ รวมเป็นเวลา 12 ปี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพจึงเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกความผิดนี้เป็นเวลา 6 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วคงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ญาติของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่ได้เดินทางมา มีเพียงตัวจำเลยที่เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวมาฟังคำตัดสินเพียงคนเดียว

ทั้งนี้สำหรับนายติ๊งต่าง ก่อนหน้านี้ ก็ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คดีหมายเลขดำ อ.602/2557 ของศาลจังหวัดพระโขนง กรณีเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.56 จำเลยได้ลวง ด.ญ.การ์ตูน อายุ 6 ปี ไปซื้อขนมก่อนจะพาเข้าไปในพงหญ้า ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แบริ่ง แล้วทำร้ายเด็กหญิง จนหมดสติก่อนกระทำชำเรา จนสำเร็จความใคร่

และคดีหมายเลขดำ อ.514/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดลักษณะเดียวกัน กรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย.56 จำเลย ได้พรากน้องแม็ก เด็กชายอายุ 7 ปี ไปจากผู้ปกครอง และได้กระทำชำเราเด็กชายผ่านทางทวารหนักแล้วบีบคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณวัดศรีอุดมวงษ์ อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งศาลให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่น , จำคุก 8 เดือน ฐานซ่อนเร้นทำลายศพฯ , จำคุก 4 ปี ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และจำคุก 4 ปี ฐานพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 4 ปี และเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิตสถานเดียว โดยให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีศาลจังหวัดพระโขนง และคดีศาลอาญาที่พิพากษาด้วย

โดยนายหนุ่ยหรือติ๊งต่าง ภายหลังถูกจับกุม ได้ให้การรับสารภาพและยอมรับว่า นอกจากน้องการ์ตูนแล้ว นายหนุ่ยยังได้ก่อเหตุกระทำอนาจารเหยื่อมาแล้วนับ 10 ราย เริ่มตั้งแต่ปี 2551 หลังจากที่ตัวเองพ้นโทษในคดีพรากผู้เยาว์ฯ มาเป็นเวลา 3 ปี โดยฆ่าตาย 4 ศพ ซึ่งคดีน้องการ์ตูน เป็นศพสุดท้าย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร,Nationphoto
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend