ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ไฮไลท์บอลไทยแชมป์ซีเกมส์ คว้าทองสมัย15 รับอัดฉีด16.5 ล้าน

3.70K 2.03K
ไฮไลท์บอลไทยแชมป์ซีเกมส์ คว้าทองสมัย15 รับอัดฉีด16.5 ล้าน

บอลไทย ผงาดแชมป์ซีเกมส์สมัยที่ 15 หลังโชว์ฟอร์มสุดสวย ถล่มพม่า 3-0 ป้องกันเหรียญทองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน รับเงินอัดฉีดรวม 16.5 ล้านบาท ด้าน โค้ชโชค โชคทวี พรหมรัตน์ กลายเป็นคนที่ 4 ที่ได้แชมป์ทั้งในฐานะนักเตะและกุนซือ พร้อมรักษาสถิติคว้าแชมป์ในปีที่ลงท้ายด้วยเลข 5 ได้ทุกครั้ง

การแข่งขันฟุตบอล กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ช้างศึก ทีมชาติไทย แชมป์เก่า 14 สมัย จากการเข้าชิง 18 ครั้ง พบ พม่า ซึ่งถือเป็นการเจอกันในรอบชิงเป็นครั้งที่ 5 หลังจากก่อนหน้านี้ ไทย ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง (ครองแชมป์ร่วม) แพ้ 1 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นการพบกันในรอบชิงซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2536 หรือ 22 ปีก่อน ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่แดนลอดช่องเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะมารับจัดในครั้งนี้ ซึ่งทีมไทยเป็นฝ่ายชนะ 4-3 จากการโหม่งประตูชัยของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในช่วงท้ายเกม

ก่อนเกมแฟนบอลทั้ง 2 ชาติแห่แหนกันมาเข้าชมเกมในสนามเกือบเต็มความจุ 5.5 หมื่นคน ซึ่งบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย และการขนส่งโดยรถไฟใต้ดินเนืองแน่นไปด้วยแฟนบอลทั้ง 2 ทีม

เกมนี้ โค้ชโชค โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ส่ง 11 คนแรกเป็นไปตามคาด ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู ชนินทร์ แซ่เอียะ แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับอาทิตย์ ดาวสว่าง กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ริมเส้นขวา นูรูล ศรียานเก็ม ริมเส้นซ้าย รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก และกองหน้า ชนานันท์ ป้อมบุบผา

เริ่มเกมทั้ง 2 ทีมเปิดเกมรุกเข้าหากันทันที โดยทีมไทยเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ก่อน นาที 7 ชนานันท์ ได้ยิงในกรอบ 6 หลา แต่ เพียว คยอ ซิน ผู้รักษาประตูพม่าเซฟได้ด้วยมือเดียว และนาที 13 ชนาธิป ยิงไกล 25 หลา บอลเฉี่ยวคานแบบได้ลุ้น ขณะที่พม่าใช้ลูกสวนกลับเล่นงานไทย นาที 17 เน ลิน ตัน ยิงไกลหน้าเขตโทษแต่ ชนินทร์ รับติดมือ ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที ไทยพลาดการได้ประตูขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ เมื่อชนาธิปจ่ายตัดหลังแบ็กให้ฐิติพันธ์ได้หลุดไปดวลกับเพียว คยอ ซิน ตัวต่อตัว ทว่ากองกลางไทยกลับซัดไม่ผ่านมือนายทวารพม่า ที่ปัดออกหลังไปได้ ทำให้ครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง ไทยเดินหน้าบุกหนัก กระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำนาที 54 จากการเตะมุมทางฝั่งซ้าย นูรูล เปิดเข้ามา กองหลังพม่าสกัดไม่ขาด บอลมาเข้าทาง ธนบูรณ์ กองหลังที่เติมขึ้นสูง แปเน้นๆ ตุงตาข่าย จากนั้นนาที 58 ไทยส่ง ภิญโญ อินพินิจ ลงสนามแทน รุ่งรัฐ และนาที 64 เสียงเฮของแฟนบอลไทย ดังลั่นอีกครั้ง จากจังหวะที่ ชนาธิปจ่ายให้ชนานันท์ ที่มีโอกาสก่อนหน้านี้ 3-4 ครั้ง แต่พลาดหมด หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือ เพียว คยอ ซิน เข้าไป สกอร์ไทยนำห่าง 2-0

นาที 75 ไทย ส่ง เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ลงเล่นแทน ฐิติพันธ์ และนาที 78 ภิญโญ หลุดเดี่ยวเข้าไปแปบอลเข้าไปง่ายๆ ไทย นำ 3-0 ถัดมา 3 นาที ไทย ส่ง ทริสตอง โด ลงเล่นแทน นฤบดินทร์ ช่วงเวลาที่เหลือ ไทยเน้นการครองบอลก่อนครบ 90 นาที ทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะ 3-0 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ คว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นสมัยที่ 15 มากที่สุดในอาเซียน นอกจากนั้นยังเป็นเหรียญทองที่ 93 ของทัพนักกีฬาไทยในศึกซีเกมส์ครั้งนี้ ขณะที่ ชนานันท์ คว้าดาวซัลโวร่วมกับ ออง ซิ ธู ของพม่า คนละ 5 ประตู ส่วนผลการชิงอันดับ 3 เวียดนาม ชนะ อินโดนีเซีย 5-0

ทั้งนี้ จากชัยชนะของไทย ทำให้มีสถิติลงเล่น 7 นัด ชนะ 7 นัดรวด ยิงได้ 24 ประตู เสียเพียงแค่ลูกเดียว และได้รับเงินอัดฉีดรวมทั้งสิ้น 16.5 ล้านบาท จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย 10 ล้านบาท รวมกับเงินอัดฉีดจากการชนะ มาเลเซีย 1-0 จำนวน 1 ล้านบาท, นัดชนะ อินโดนีเซีย 5-0 จำนวน 1 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มอบเงินให้เหรียญทองละ 2 แสนบาทต่อคน (20 คน รวมเป็น 4 ล้านบาท) และธนาคารซิตี้แบงก์ (ประเทศไทย) อัดฉีด 5 แสนบาท โดยทีมไทยมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 404 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 13.45 น.

ขณะเดียวกัน โค้ชโชค ถือเป็นคนที่ 4 ของวงการฟุตบอลไทยที่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ในฐานะนักเตะและเฮดโค้ชต่อจาก ยรรยง ณ หนองคาย (ค.ศ.1975), วิทยา เลาหกุล (ค.ศ.1997) และ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ค.ศ.2013)

นอกจากนั้นยังมีสถิติที่น่าสนใจว่า การแข่งขันฟุตบอลกีฬาซีเกมส์ในปี ค.ศ.ที่ลงท้ายด้วยเลข 5 (1965, 1975, 1985, 1995, 2005 และ 2015) หรือทุก 10 ปี ทีมชาติไทย ได้เหรียญทองซีเกมส์มาครองทุกครั้ง

ขอบคุณคลิปจาก Sport Singapore


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend