ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"สมยศ" ปัดจับ 40 ตำรวจเครือข่าย "พงศ์พัฒน์"

3.66K 6

ผบ.ตร.พร้อมรับข้อมูลชูวิทย์ ในการเปิดโปงส่วยบ่อน แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน ยืนยันยังไม่มีการขอออกหมายจับเพิ่ม ตำรวจในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ขณะที่ ป.ป.ง.แกะรอยธุรกรรมการเงิน กลุ่มคนในขบวนการของอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหมดแล้ว

ความคืบหน้าแนวทางการขยายผลสืบสวนของชุดคลี่คลายคดีเครือข่ายการกระทำความผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเครือข่ายบางส่วน ที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงหลายข้อหา

ล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวว่าตำรวจเตรียมขอออกหมายจับนายตำรวจไม่ต่ำกว่า 40 นาย ที่มีข้อมูลหลักฐานความผิดเชื่อมโยงกับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและพวก โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน หากจะมีการออกหมายเรียกเพิ่มเติม จะทราบเอง พร้อมทั้งขอให้สื่อมวลชน อย่านำเสนอข่าว จนทำให้ตำรวจไม่เป็นอันทำงาน

พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ยังชี้แจง กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย จะนำหลักฐานมาเปิดโปงวงจรบ่อนการพนันที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับคดีว่า ยินดีหากช่วยกันเรื่องนี้ แต่จะต้องมีหลักฐานเพียงพอ พูดกันลอยๆ ไม่ได้

การปฏิเสธ เรื่องดังกล่าว เนื่องจากเมื่อวานนี้ มีกระแสข่าวว่า พนักงานสอบเตรียมออกหมายเรียกนายตำรวจอีกล็อตใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 40 นาย ที่มีข้อมูลหลักฐานว่าอาจโยงใยกับขบวนการเครือข่ายการกระทำความผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ โดยเฉพาะประเด็น ส่วยน้ำมันเถื่อน ส่วยบ่อนการพนันในกรุงเทพฯ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อนายตำรวจที่เคย วิ่งเต้นโยกย้ายจ่ายเงิน เพื่อเข้ามาอยู่ในตำแหน่งหลัก อย่างละเอียด

เนื่องจาก ข้อกล่าวหา พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก ได้ระบุว่ารับผลประโยชน์ จากการดูแลบ่อนการพนันชื่อดัง ย่านรัชดา-พระราม 9 และกล่าวหาว่า พล.ต.ต โกวิทย์ เป็นผู้ดูแล โดยบ่อนแห่งนี้ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2553 และต่อมามีการต่อเติมเป็นสถานอาบอบนวด มีที่จอดกว่า 5 ไร่ แต่เป็นที่ลับตาคน เพื่อเปิดให้เล่นการพนันบาคาราและกำถั่ว รวมทั้ง ไฮโลไฮเทค กว่าร้อยโต๊ะ ซึ่งสามารถรองรับ นักพนันได้กว่า 1 พันคน โดยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องบ่อนแห่งนี้

กรณีที่เกิดขึ้น ทำให้มีการร้องเรียนถึงพฤติการณ์การรับผลประโยชน์มหาศาลของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก นอกจากนี้ ยังมีบ่อนการพนันอีกหลายแห่ง ที่กลุ่มของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เข้าไปเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์พร้อมกับมีการอ้างเบื้องสูงเพื่อสร้างความเชื่อถือกับผู้ประกอบการเหล่านี้

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง.โดย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ป.ป.ง. ได้ระบุว่า ทรัพย์สินที่ตำรวจยึดได้จากการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก ทาง ป.ป.ง.ได้ประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะคดีดังกล่าวเข้าข่ายฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่ง ป.ป.ง. สามารถดำเนินการได้ทันที และขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างทำบัญชีรายการทรัพย์สิน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ก่อนส่งมอบให้ ป.ป.ง.

เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุมูลค่าทรัพย์สินของเครือข่ายอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ชัดเจน สำหรับทรัพย์สินประเภทวัตถุโบราณที่มีอยู่จำนวนมาก ป.ป.ง.จะตรวจสอบว่า มีการซื้อขายและรายงานธุรกรรมถูกต้องหรือไม่ เพราะการซื้อขายวัตถุโบราณตามมาตรา 16 ของกฎหมายฟอกเงิน ถือเป็นการประกอบอาชีพค้าของเก่า เจ้าของต้องรายงานธุรกรรม ไม่เช่นนั้น ต้องเสียค่าปรับครั้งละ 5 แสนบาทหรือวันละ 5,000 บาท โดยเลขาฯ ป.ป.ง.ระบุว่าจะติดตามเอาผิดกับร้านขายของเก่า ที่นำของมาขาย หากไม่สามารถติดต่อได้ ผู้ต้องหาต้องชี้แจงถึงการได้มาของทรัพย์สิน

เลขา ป.ป.ง.ระบุ ด้วยว่า จากพฤติกรรมการเก็บทรัพย์สิน ตามที่ตำรวจตรวจพบ เช่น การสร้างตู้นิรภัยในรูปแบบต่างๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเก็บทรัพย์สิน ไม่ปกติ ซึ่งการปิดบังอำพรางทรัพย์ ถือเป็นลักษณะความผิดฐานฟอกเงิน ทั้งนี้ ป.ป.ง.ได้เดินหน้าติดตามเส้นทางการเงินและธุรกรรมของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อแจ้งเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ส่วนทรัพย์สินของกลางที่ยึดได้ รวมถึงที่ผ่านกระบวนการฟอกเงิน จากการรับส่วย หรือสินบนค้าน้ำมันเถื่อน เช่น พระพุทธรูป ภาพเขียน ตำรวจจะตรวจสอบและมอบให้ ป.ป.ง.ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินทั้งหมด

ส่วนการติดตามบัญชีธนาคาร เชื่อว่าจะมีทรัพย์สินไม่มากนัก เพราะบุคคลระดับผู้บัญชาการ ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่การฟอกเงิน ทำให้ไม่ต้องนำทรัพย์สินมาผ่านสถาบันการเงิน ซึ่งถือเป็นการซ่อนทรัพย์อีกวิธีหนึ่ง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend