4. เป็นตัวอย่างของเรื่องสั้นชั้นครู
เรื่องสั้นจำนวนนับร้อยเรื่องเป็นตัวอย่างของเรื่องสั้นที่ดี มีทั้งที่โดดเด่นในแง่ของความคิด การสร้างตัวละคร การพลิกผันของโครงเรื่อง การใช้ภาษาเล่าเรื่อง และการสร้างอารมณ์สะเทือนใจ นับได้ว่าเป็นเรื่องสั้นชั้นครู สามารถใช้เป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษาการเขียนเรื่องสั้นได้
5. เป็นแบบอย่างสุนทรียภาษาและแสดงพลังภาษาไทย
ผลงานใช้ภาษางดงาม สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของเรื่อง เห็นเป็นภาพ ได้ยินเป็นเสียงและมีพลัง ได้อารมณ์ความรู้สึก อ่านแล้วเกิดความภาคภูมิใจในความงามและพลังของภาษาไทย นับได้ว่าเป็นแบบอย่างของการใช้สุนทรียภาษาในเรื่องแต่งได้เป็นอย่างดี
ความเป็นนักเขียนอมตะ ของ อัศศิริ ธรรมโชติ ยังอยู่ที่มหัศจรรย์ของงานเขียนที่สามารถ ทอด จับ รับ ปรากฏการณ์แห่งยุคสมัย เพื่อส่องสะท้อนให้คนในรุ่นปัจจุบันได้แลเห็น และเฝ้าระวังภยันตรายที่กำลังก่อร่างสร้างรูปอยู่ มิให้กลายเป็นโศกนาฏกรรม เช่นที่สังคมไทยเคยพานพบมาแล้ว
ด้วยคุณสมบัติอันถึงพร้อม มูลนิธิอมตะจึงขอมอบรางวัล "นักเขียนอมตะ" ประจำปี 2563 ให้แก่ "นายอัศศิริ ธรรมโชติ"
ประกาศ ณ วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พุทธศักราช 2563
คณะกรรมการ
นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานกรรมการ
นางชมัยภร บางคมบาง กรรมการ
รองศาสตราจารย์ ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร กรรมการ
นายจรัญ หอมเทียนทอง กรรมการ
ศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ กรรมการ
นางกนกวลี กันไทยราษฎร์ กรรมการ
รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง กรรมการและเลขานุการ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มูลนิธิอมตะ ได้ประกาศยกย่อง "นักเขียนอมตะ" ไปแล้ว รวม 9 คน ได้แก่ นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ หรือนามปากกา "เสนีย์ เสาวพงศ์" (เสียชีวิตแล้ว),นายโรจน์ งามแม้น หรือนามปากกา "เปลว สีเงิน",นายโกวิท เอนกชัย หรือนามปากกา "เขมานันทะ" (เสียชีวิตแล้ว),นายสมบัติ พลายน้อย หรือนามปากกา "ส.พลายน้อย",พระไพศาล วิสาโล,นายคำสิงห์ ศรีนอก หรือนามปากกา "ลาว คำหอม",นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ หรือนามปากกา "พนมเทียน" (เสียชีวิตแล้ว),นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ หรือนามปากกา "จินตเทพ" (เสียชีวิตแล้ว) และนางสุกัญญา ชลศึกษ์ หรือนามปากกา "กฤษณา อโศกสิน"