background-defaultbackground-default
‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

‘หมอดื้อ’ หรือ ‘หมอธีระวัฒน์’ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โพสต์ให้ความรู้ เปิด 9 ประเด็นสำคัญ‘ฝีดาษลิง 2022’ที่ต้องเริ่มระวัง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความให้ความรู้ความเข้าใจ ทันข่าวทันสถานการณ์ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” เกี่ยวกับสถานการณ์ “ฝีดาษลิง” หรือ “ฝีดาษวานร” ว่า

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

"ประเด็นสำคัญของฝีดาษลิงที่ต้องเริ่มระวัง เนื่องจากอาจมีผื่นก่อน โดยยังรู้สึกสบายดีอยู่ หรือมีอาการไม่สบายและเกิดผื่นขึ้นตามหลัง ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดก่อน ไวรัสสามารถแพร่ออกมาทางน้ำลายและทางสิ่งคัดหลั่งได้"

 

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

นอกจากนี้ ในโพสต์ก่อนหน้า ทาง หมอดื้ หรือ หมอธีระวัฒน์ โพสต์รายงานการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ โควิดรีบาวด์ การเป็นกลับซ้ำ (rebound) ในคนติดเชื้อที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัส

..

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ โควิดรีบาวด์ รายละเอียดระบุไว้ ดังนี้ 

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

ติดโควิดได้รับยาต้านไวรัสไปแล้ว กลับมาใหม่อีก

การรายงานจากสหรัฐฯ โดยวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2022 ถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2022 ซึ่งเป็นช่วงของโอมิครอน รักษาด้วย paxlovid 11,270 รายหรือรักษาด้วย molnupiravir 2,374 ราย ภายในระยะเวลาห้าวันหลังจากมีการติดเชื้อ การกลับมาใหม่ หรือ rebound มีสามลักษณะคือ 

1.มีเชื้อกลับมาใหม่ จากการตรวจ 

2.มีอาการกลับมาใหม่ ได้แก่ ไข้ หนาวสั่น ไอ หายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อปวดหัว เจ็บคอ จมูกคัด น้ำมูกไหล ไม่รับรส กลิ่น อาเจียน ท้องเสีย ผื่น

3.ต้องเข้าโรงพยาบาล

ลักษณะที่กลับมาใหม่ไม่แตกต่างกันของการใช้ยา paxlovid หรือ molnupiravir

คนที่มีโรคประจำตัวจะมีการกลับมาใหม่มากกว่า

สำหรับ paxlovid ที่ 7 วัน และ 30 วัน 

  • ลักษณะที่หนึ่ง : 3.53% และ 5.4%
  • ลักษณะที่สอง : 2.31 % และ 5.87%
  • ลักษณะที่สาม : 0.44% และ 0.77%

สำหรับ molnupiravir ที่ 7 และ 30 วัน

  • ลักษณะที่หนึ่ง : 5.86% และ 8.59%
  • ลักษณะที่สอง : 3.75% และ 8.21%
  • ลักษณะที่สาม : 0.84% และ 1.39%

 

เมื่อดูผิวเผิน คล้ายกับการใช้ molnuvipavir จะมีการกลับมาใหม่มากกว่า แต่เมื่อวิเคราะห์ propensity score matching ซึ่งเป็นวิธีจัดการกับตัวแปรและปัจจัยต่าง ๆ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือแม่นยำมากขึ้นในการระบุความเสี่ยงจะพบว่า ความเสี่ยงระหว่างการใช้ยาทั้งสองชนิดนี้ไม่แตกต่างกันแต่ขึ้นกับภาวะหรือโรคประจำตัวของผู้ติดเชื้อ มีโรคหัวใจ ความดันสูง มะเร็งโรคอัมพฤกษ์ โรคปอด โรคไตโรคตับ อ้วน เบาหวาน โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน การได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ รวมถึงการให้ยาต้านภูมิคุ้มกัน และไม่เกี่ยวพันกับการได้รับวัคซีนหรือไม่

สาเหตุกลไกของการกลับมาใหม่ “ไม่ทราบแน่ชัด” แต่อาจเกี่ยวเนื่องกับการรักษาไม่สามารถกำจัดไวรัสไปได้อย่างหมดจด หรือไวรัสดื้อยา?

อย่างไรก็ตาม การให้ยาต้านไวรัสอย่างสมเหตุสมผลตามลักษณะของอาการที่เป็นมากขึ้น โดยในคนไทยที่ใช้ฟ้าทะลายโจรแล้วนั้น ไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาสองวัน มีความจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส เพื่อป้องกันไม่ให้อาการหนักมากขึ้นจนกระทั่งถึงต้องเข้าโรงพยาบาล

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

‘หมอดื้อ’เปิด 9 ประเด็นสำคัญ ฝีดาษลิง 2022 กับสิ่งที่ต้องเริ่มระวัง

 

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด