"ขนมเตอปงตาลัม" จากข้าวพื้นเมือง สู่เส้นทางเรียงร้อยเล่าขานตำนานบ้านควน
24 พ.ค. 2566

ฟื้นครกบดแป้ง เครื่องมือโบราณอายุกว่า 100 ปี ผ่าน “ขนมหน้ากะทิ” หรือภาษาถิ่น จ.สตูล เรียก "ขนมเตอปงตาลัม" จากข้าวพื้นเมืองสู่ "เส้นทางเรียงร้อยเล่าขานตำนานบ้านควน"
lifestyle1
24 พ.ค. 2566

ฟื้นครกบดแป้ง เครื่องมือโบราณอายุกว่า 100 ปี ผ่าน “ขนมหน้ากะทิ” หรือภาษาถิ่น จ.สตูล เรียก "ขนมเตอปงตาลัม" จากข้าวพื้นเมืองสู่ "เส้นทางเรียงร้อยเล่าขานตำนานบ้านควน"
24 พฤษภาคม 2566 “ขนมหน้ากะทิ” หรือภาษาถิ่นจังหวัดสตูลเรียก "เตอปงตาลัม" ด้วยรสชาติละมุนลิ้นเนื้อแป้งเนียนละเอียดดูหน้าตาอาจจะเหมือนหรือคล้ายขนมพื้นเมืองทั่วไป แต่ใครจะรู้ว่าขนมชนิดนี้ทำด้วยแป้งสด หรือแป้งข้าวจ้าวจากข้าวพันธุ์พื้นเมืองอัลฮัมดุลิลละห์ที่ผ่านครกบดแป้ง (ลือซงกีซอ) เครื่องมือโบราณอายุกว่า 100 ปีที่มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 18 กิโลกรัม ทำมาจากหินแกรนิตที่กำลังจะสูญหายไป
โดยทางนายกูมุนตาหา บิสนุม ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม นางสาวยูวีตา โสะประจิน หัวหน้าฝ่ายบริหารการศึกษา และ นางสาวอาลิสา สะอะ (ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์) อบต.บ้านควน จังหวัดสตูล ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อบรรจุเครื่องมือโบราณและขนมชนิดนี้ใส่ใน “เส้นทางเรียงร้อยเล่าขานตำนานบ้านควน” ที่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านสุไหงมาตี ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล
นางฮอลีย๊ะ สังยาหยา อายุ 60 ปี สาธิตการใช้ครกบดแป้งโบราณ (ภาษามลายูเรียก ลือซงกีซอ) โดยนำข้าวพันธุ์พื้นเมืองอัลฮัมดุลิลละห์ค้างปีมาแช่น้ำหนึ่งคืน ก่อนนำมาตักใส่ครกบดแป้งโบราณ โดยตักใส่ครั้งละช้อนโต๊ะที่มีน้ำผสมเพื่อให้การบดแป้งได้ง่ายยิ่งขึ้น ใช้เวลาไม่นานสำหรับการทำขนมหนึ่งถาด ซึ่งแป้งข้าวจ้าวสด จากข้าวพื้นเมืองที่มีเนื้อข้นละเอียดเพื่อนำไปทำขนมได้ต่อไป
หลังได้แป้งข้าวจ้าวสดๆ วันนี้ได้มีการสาธิตการทำ “ขนมหน้ากะทิ” หรือภาษาถิ่นจังหวัดสตูลเรียก “เตอปงตาลัม” ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง/น้ำตาลอ้อย/แป้งข้าวเจ้าสด จากนั้นนำนึ่ง และมาน้ำกะทิเพื่อทำหน้าขนม โดยมีส่วนผสมของ เกลือ/กะทิและแป้งข้าวจ้าวสด(ที่แบ่งไว้) มาราดหน้าขนมเพิ่มความหวานมัน โดยทำขายถาดละ 70 บาท
นางสาวยูวีตา โสะประจิน หัวหน้าฝ่ายบริหารการศึกษา อบต.บ้านควน กล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ทางอบต.บ้านควน นำโดยนายกกูดานัน หลังจิ ที่จะผลักดันให้เป็นเส้นทางเรียงร้อยเล่าขานตำนานบ้านควน ที่ยังมีการอนุรักษ์การใช้เครื่องมือโบราณในการทำขนมพื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์ให้ลูกหลานได้เห็นคุณค่าวัฒนธรรมการทำขนมพื้นเมือง ที่ทรงคุณค่าตามวิถีมุสลิมที่น่าจดจำและเล่าขาน และด้วยกรรมวิธีการทำขนมด้วยแป้งข้าวจ้าวสดนี้ ทำให้ทุกคนที่ได้ทานแล้วจะรู้สึกได้ว่าได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษ ทำใหม่สด กับรสชาติเนื้อแป้งที่ละเอียดละมุนอร่อยตามแบบฉบับขนมโบราณที่คู่ควรกับตำบลบ้านควน
นางฮอลีย๊ะ สังยาหยา อายุ 60 ปี เล่าว่า ได้รับการสืบทอดการใช้เครื่องมือโบราณ และการทำขนมมาจากโต๊ะปาซ๊ะ โซ๊ะปะจิน อายุ 86 ปี และส่งต่อให้เด็ก ๆ ลูกหลานได้อนุรักษ์ซึ่งน้อยคนนักที่จะอนุรักษ์วิธีนี้ โดยเฉพาะอายุครกบดโบราณมีอายุไม่น้อยกว่า 100 ปี โดยแป้งข้าวจ้าวสดต้องใช้ข้าวพื้นเมืองอัลฮัมดุลิลละห์ เท่านั้นเพราะข้าวชนิดอื่นจะไม่ได้ความเข้มข้นและรสชาติที่อร่อยแบบนี้ โดยสามารถทำขนมได้หลากหลายชนิด อาทิ ขนมสอดไส้ ขนมถ้วย ขนมเปียกปูน
สำหรับท่านใดที่อยากจะทดลองทาน หรืออุดหนุนการใช้เครื่องมือโบราณเพื่อให้สืบทอดการทำขนมโบราณนี้ให้สืบไป สามารถสั่งจองได้ นางฮอลีย๊ะ บอกว่าจะทำตามออเดอร์เท่านั้น เพราะปกติจะทำทานกันเองในครอบครัวและเทศกาลสำคัญ ๆ อย่างฮารีรายอ และรอมฎอน รวมทั้งงานนูหรีเท่านั้น
ข่าวล่าสุด