ถัดไปเป็นสำรับกับข้าวที่นำโดย ซุปป๊ะอ๋วนเห็ดโคนญี่ปุ่น ซุปใสที่เชฟอยากให้ความรู้สึกเหมือนทานอาหารที่บ้าน โดยเชฟให้ที่มาว่า ป๊ะอ๋วน แปลตรงตัวก็คือลูกชิ้นหมู แต่ด้วยความเปอรานากัน จึงมีการผสมเอาวัตถุดิบจากทะเลเช่น เนื้อกุ้ง เนื้อปู หรือเนื้อปลา เข้าไป ส่วนเห็ดโคนญี่ปุ่นที่ใช้ นำมาจาก บางกะเจ้าฟาร์ม จ.สมุทรปราการ
จานต่อมาเป็น หมูสามชั้นผัดสะตอกับเคยฉลู โดยสะตอได้นำมาจาก สวนป่าประดู่ เกษตรยั่งยืน จ.สุราษฎร์ธานี และกะปิที่ใช้เป็นกะปิพื้นบ้านหรือที่ จ.ตรัง เรียกกันว่า เคยฉลู ที่นำเคย (กุ้ง) หมักเค็มไว้ 2-3 วัน แล้วนำมาปรุงรสเฉพาะ เอามาผัดจนเข้าเนื้อกับหมูสามชั้น เพื่อรสชาติที่กลมกล่อมให้ความเค็มแฝงหวาน
มาต่อกับ เมนูมะเขือยาวลวก ราดซอสซัมบัล มะเขือยาวและผักแนมที่ใช้นำมาจากจริงใจมาร์เก็ต ราดด้วยซอสซัมบัล หรือเครื่องแกงผัดน้ำมันของชาวมลายู ที่ประยุกต์วัฒนธรรมการทาน “เจ” ของทางใต้ที่จะไม่ผสมเนื้อสัตว์และกะปิลงในส่วนผสม
ถ้าพูดถึงอาหารใต้แล้วคงจะขาดแกงไปไม่ได้ วันนี้เชฟปรุง แกงปลาตูมี้-เมล่อนแดง ที่ใช้ปลาอังเกยที่นำมาจาก จ.ตรัง ทานคู่กับน้ำแกงตูมี้แบบขลุกขลิกที่เป็นแกงลูกผสมระหว่างแกงแดงและแกงส้ม ให้รสชาติเปรี้ยวเค็มหวาน ประดับหน้าและชูกลิ่นหอมด้วยเมล่อนแดงจากวิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา จ.อยุธยา
และอีกหนึ่งแกงที่เชฟนำเสนอคือ แกงไก่หน่อเหรียง-โรตีจาลา ซึ่ง หน่อเหรียง ผักพื้นบ้านจากภาคใต้ มาจาก สวนป่าประดู่ เกษตรยั่งยืน จ.สุราษฎร์ธานี และนำมาแกงในแบบแกงปู หมี่ขาว โดยเชฟเปลี่ยนหมี่ขาวให้เป็นโรตีจาลา หรือโรตีตาข่าย เพื่อเพิ่มเสน่ห์ของเปอรานากัน
เมนูต่อไปเสิร์ฟยอดเหลียงผัดไข่อินทรีย์กุ้งสด ซึ่งเป็นอีกจานหลักที่ขาดไม่ได้ของทางภาคใต้ ซึ่งเชฟนำปลาหมึกมาเซียร์ (Searing) กับน้ำมันก่อนเพื่อเอากลิ่นหอมและความหวานมัน หลังจากนั้นนำไข่ไก่อินทรีย์ จากสหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท จ.สุรินทร์ ผัดกับกุ้งและใส่ยอดใบเหลียง ปรุงรสคลุกเคล้าจนกลมกล่อม
ในส่วนเมนูเครื่องจิ้มจะเป็น น้ำพริกตะไคร้ ผักสด ผักลวก ซึ่งคอนเซปต์ของเมนูนี้คือการนำสมุนไพรที่มีอยู่ในบ้านมาใช้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งในวันนี้เชฟเลือกใช้ตะไคร้ โขลกกับเนื้อปลาช่อนแดดเดียวจาก กลุ่มสตรีถนอมอาหารจากปลาบ้านตราชู จ.สิงห์บุรี ทานคู่กับผักลวกและผักสดที่ได้มาจากตลาดจริงใจ มาร์เก็ต โดยอาหารทั้งสำรับนี้เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยจากข้าวเบายอดม่วง ข้าวที่มี 2 สีภายในรวงเดียวกัน ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองชื่อดังของ จ.ตรัง
ปิดท้ายด้วยเมนูล้างปากอย่างยำแตงกวากับปลาเนื้ออ่อนแดดเดียว ที่เป็นยำน้ำใสแบบเช็งๆ โดยรสเปรี้ยวได้มาจากส้มจี๊ด รสหวานได้มาจากน้ำตาลมะพร้าว และเติมความเผ็ดปลายลิ้นจากขิง ของสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จ.เชียงใหม่ และกระเทียมจีนขูด แทนการใช้พริก นำน้ำยำมาคลุกเคล้ากับแตงกวาที่มีฤทธิ์เย็นและปลาเนื้ออ่อนแดดเดียวโขลกจากกลุ่มสตรีถนอมอาหารจากปลาบ้านตราชู จ.สิงห์บุรี
และตบท้ายด้วยของหวาน ขนมบุงัด ขนมโบราณที่เชฟให้ความหมายว่า ข้นเหมือนโจ๊ก โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้เป็นมันหวานญี่ปุ่น 5 สี จากสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จ.เชียงใหม่ นำมาบวดกับกล้วยน้ำว้า สาคู และข้าวโพด ออกมาสีสันสวยงาม และหวานกลมกล่อมกำลังดี
สามารถสนับสนุนสินค้าออร์แกนิคจากชุมชนต่างๆ ได้ที่ตลาดจริงใจ มาร์เก็ต ทุกสาขา โดย วัตถุดิบนำมาจากชุนชนที่ เซ็นทรัล ทำ นำมาปรุงอาหารจาก
- สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จ.เชียงใหม่
- กลุ่มสตรีถนอมอาหารจากปลาบ้านตราชู จ.สิงห์บุรี
- สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท จ.สุรินทร์
- สวนป่าประดู่ เกษตรยั่งยืน จ.สุราษฎร์ธานี
- วิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา จ.อยุธยา
- บางกะเจ้าฟาร์ม จ.สมุทรปราการ
เมนูพิเศษจากร้าน Spaghetti Factory
1.ข้าวไร่ดอกข่าผัดสไตล์อิตาเลี่ยนใส่ไส้อั่ว
“ข้าวไร่ดอกข่า” เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณค่าโภชนาการสูง ผ่านการพัฒนาโดยกลุ่มนักเรียนและคุณครูโรงเรียนบ้านตากแดด จ.พังงา โดยมี “โครงการ เซ็นทรัล ทำ” ร่วมสนับสนุนจนเกิดเป็นโครงการ หนึ่งโรงเรียน หนึ่งอาชีพ ช่วยพัฒนาชุมชน เพื่อช่วยสนับสนุนให้คุณครู นักเรียน และครอบครัวมีรายได้เสริมอย่างยั่งยืน และนอกจากนี้ ยังมีคุณประโยชน์มากมายที่จะได้จาก “ข้าวไร่ดอกข่า”
- กรดไขมันโอเมก้า 9
- ช่วยลดคอเลสเตอรอล
- ลดไตรกลีเซอไรด์
- ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- วิตามินอี ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมุลอิสระ
- เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน รักษาโรคโลหิตจาง
- ชะลอการเสื่อมสุขภาพของเซลล์ไม่ให้แก่ก่อนวัย
- ช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วและสารอนุมูลอิสระบริเวณจุดด่างดำได้ดี
2. แองเจิลแฮร์ผัดมันกุ้งและไข่กุ้ง
เส้นแองเจิลแฮร์ ที่ผลิตจากข้าวเนียงกวง คำว่า เนียงกวง หมายถึง การคงอยู่ เชื่อว่าเป็นข้าวมงคล ใช้เป็นส่วนประกอบหลักในงานบุญพิธีต่างๆ จาก จ.สุรินทร์
ทำให้นึกถึงคนโบราณ ที่ใช้คำว่า "การคงอยู่" มาตั้งชื่อให้ "ข้าว" เป็นความคาดหวังของบรรพบุรุษที่หวังว่าพันธุ์นี้จะอยู่รอดปลอดภัยจากรุ่นสู่รุ่น และสู่อนาคตเหมือนการให้พรแก่ข้าวในการเดินทางผ่านกาลเวลาแต่ละช่วง ข้าว ที่ถือว่า เป็นสิ่งสูงสุดของชาวนาเรา เหมือนที่ คนแก่ คนเฒ่า จะอวยพรว่า...อยู่รอดปลอดภัยนะลูก กับสิ่งที่เขาอยากให้ความรัก และอาลัยอาวรณ์