ทางแบรนด์มิโดจึงอยากฟื้นคืนจิตวิญญาณของเรือนเวลารุ่นในอดีตนี้อีกครั้ง โดยการผสมผสานกลิ่นอายสไตล์ความวินเทจและเทคโนโลยีอันทันสมัย มาพร้อมกับฟังก์ชัน GMT ที่เหมาะสำหรับนักเดินทาง ในหน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.5 มิลลิเมตร ที่สามารถแสดงเวลาสองไทม์โซนที่แตกต่างกัน ได้แก่ เวลาของเมืองที่เดินทางมา (Home Time) และเวลาของเมืองที่เดินทางมาถึง (Local Time) สำหรับรุ่นสเปเชียล อิดิชั่นครั้งนี้ ตัวเรือนถูกออกแบบให้มีดีไซน์หน้าปัดสีน้ำเงินกรมท่าตัดกับสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยการตกแต่งหมุดบอกเวลาในรูปทรงฟันปลาฉลามอันแหลมคม พร้อมกรอบเบเซิล (Bezel) อลูมิเนียมสีน้ำเงินเข้มที่สามารถหมุนได้ 2 ทิศทาง
ด้านตัวหมุดบอกเวลาและเข็มนาฬิกาทั้งเข็มชั่วโมงและนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) ช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย ในขณะที่เข็มเคลือบเงาสีแดงจะชี้ไปยังโซนเวลาที่สองบนหน้าปัด พร้อมช่องบอกวันที่ (Date) ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงกลาสบ็อกซ์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ด้านบริเวณฝาหลังถูกสลักเป็นสัญลักษณ์รูปปลาดาวที่สะท้อนถึงคอลเลกชั่นโอเชี่ยน สตาร์ (Ocean Star)
โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) สามารถสำรองพลังได้สูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) เพิ่มความแข็งแรงทนต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก และความสามารถในการกันลึก 20 บาร์ / 200 เมตร นอกจากนี้เรือนเวลาคอลเลกชั่นสเปเชียล อิดิชั่นยังมาพร้อมกับกล่องดีไซน์สุดพิเศษ และสายนาฬิกาแบบ 2 สไตล์ ได้แก่ สายแสตนเลสสตีลขัดเงาแบบมัลติลิงค์เคลือบซาตินที่มีตัวล็อคแบบพับได้ พร้อมส่วนต่อขยายสำหรับทำกิจกรรมดำน้ำ และสายนาโต้สีน้ำเงินเข้มที่มีดีเทลแต่งเส้นกึ่งกลางเป็นแถบสีเทาสุดโดดเด่น มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ทนทานและยังสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ได้ในทุกโอกาส
ด้านแบรนด์ “มิโด” (MIDO) ยังได้แนะข้อควรคำนึงในการเลือกนาฬิกาสำหรับคนรักกิจกรรมดำน้ำ ซึ่งสิ่งสำคัญควรเลือกนาฬิกาที่ทนทานต่อการใช้งานใต้น้ำและมีคุณภาพเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อันดับแรกควรคำนึงถึงความทนทานต่อการแรงดันของน้ำ (Water Resistance) เลือกจากนาฬิกามีค่า Water Resistance เพียงพอสำหรับการดำน้ำลึก ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่านาฬิกาสามารถทนทานต่อความดันของน้ำใต้ผิวทะเลได้ ต่อมาการเลือกจากวัสดุของตัวเรือน โดยเลือกวัสดุที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำทะเล อย่างตัวเรือนผลิตจากสแตนเลสสตีลที่มีความแข็งแรงทนทาน รวมถึงควรเลือกที่มีฟังก์ชันส่วนขยายของสายที่สามารถปรับให้กระชับรับกับข้อมือเพิ่มความสะดวกสบายขณะใช้งานใต้น้ำ ข้อควรคำนึงต่อมาเลือกจากความชัดของหน้าปัด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมใต้น้ำทะเลลึกมักจะมีความมืด ความชัดของหน้าปัดและการอ่านค่าที่ง่ายจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก