Thailand Biennale ถูกจัดขึ้นด้วยความอลังการ ที่ปากช่อง พิมาย และเมืองโคราช ภายใต้หัวข้อ “Butterflies Frolicking on the Mud: Engendering Sensible Capital”, “Nature Reigns Supreme in the World. Art Is Having Freedom in One Self” และ “เซิ้งสิน ถิ่นย่าโม”
ผลงานวิดีโอและสื่อนิวมีเดียที่สถาบันศิลปะราชมงคลประกอบไปด้วยผลงานคุณภาพสูงและเป็นที่น่าจดจำ อย่างเช่นผลงาน “Not Really Now Not Anymore”ของ Herwig Scherabon ที่เป็นผลงานวิดีโอและเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (augmented reality) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่มสลายของระบบนิเวศน์ในมหาสมุทร Atlantic โดยเป็นการย้ำเตือนมนุษย์เราถึงความเปราะบางของชีวิตและธรรมชาติ ส่วนผลงาน “Learning from Artemisia” ของ Uriel Orlow เป็นผลงานจัดวางวิดีโอ จิตรกรรม และเสียงเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้นคว้าวิจัย Artemisia afra ซึ่งเป็นพืชแอฟริกาชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาและป้องกันโรคมาลาเรียได้ สืบเนื่องจากการที่องค์การอนามัยโลกปฏิเสธการใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้านและยอมรับการใช้ยาแผนปัจจุบันแทนแม้ว่าจะมีการศึกษาประสิทธิภาพการรักษาของสมุนไพรพื้นบ้านก็ตาม ถัดมาที่ผลงานของกลุ่ม Atacama Desert Foundation ที่เป็นผลงานวิดีโอจัดวางที่แสดงถึงการอ่านขนบการทำภาพสลักโบราณของคนพื้นเมืองแห่งทะเลทราย Andean ในประเทศชิลี
มาถึงผลงาน “Two Sides of the Moon”ของส้ม ศุภปริญญา ผลงานนี้แสดงให้เห็นสภาพแวดล้อมของแม่น้ำมูลที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญ ของจังหวัดนครราชสีมามาอย่างยาวนาน ชาวประมงและผู้คนท้องถิ่นพูดถึงเรื่องราวชีวิตของพวกเขารวมไปถึงผลกระทบของความเป็นสมัยใหม่และสิ่งก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์
ผลงาน “Wisdom for Love 3.0” โดยกลุ่มศิลปินหญิง KEIKEN นำเสนอเกมออนไลน์ที่ดำเนินเนื้อเรื่องผ่านการตัดสินใจของผู้เล่น ภายในเกมมีการสะสมเหรียญโทเค็น NFT โดย “โทเคนแห่งปัญญา (wisdom token)” นั้นผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เป็นที่น่าเสียดายว่าเกมออนไลน์เหล่านี้มักจะใช้งานไม่ได้เนื่องจากไม่มีนักเทคนิคคอยดูแลอุปกรณ์ทางเทคนิคอันแสนแพงนั่นเอง